การวางแผนงบประมาณเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญก่อนเรียนต่อต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นค่าเรียน ค่าครองชีพ ค่าที่พัก หรือทุนการศึกษา นักเรียนและผู้ปกครองมักมีคำถามเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อนตัดสินใจเลือกมหาวิทยาลัย
One Education ได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายและทุนการศึกษาในการเรียนต่อออสเตรเลียและสหราชอาณาจักร พร้อมคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยให้คุณวางแผนการเรียนต่อต่างประเทศได้อย่างมั่นใจ
ข้อมูลอัปเดตล่าสุด: กรกรฎาคม 2569
ค่าเรียน
ค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อต่างประเทศแตกต่างกันไปตาม ประเทศ เมือง มหาวิทยาลัย ระดับการศึกษา และไลฟ์สไตล์ของผู้เรียน จึงไม่มีตัวเลขที่ใช้ได้กับทุกคน แต่โดยทั่วไป คุณควรวางแผนงบประมาณทั้ง ค่าเล่าเรียน และ ค่าครองชีพ ตลอดระยะเวลาที่ศึกษา
ค่าใช้จ่ายหลักที่ควรเตรียม ได้แก่
- ค่าเล่าเรียน ซึ่งแตกต่างกันตามมหาวิทยาลัยและสาขาที่เลือก
- ค่าที่พัก เช่น หอพักมหาวิทยาลัย อพาร์ตเมนต์ หรือการแชร์บ้าน
- ค่าอาหารและค่าเดินทาง
- ค่าประกันสุขภาพนักเรียนต่างชาติ
- ค่าหนังสือ อุปกรณ์การเรียน และกิจกรรมต่าง ๆ
- ค่าวีซ่า ค่าตรวจสุขภาพ และค่าตั๋วเครื่องบิน
- เงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน
ค่าเล่าเรียนในการเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลีย (ข้อมูลปี 2026)
- ปริญญาตรี:ระยะเวลาเรียน 3 – 4 ปี (ขึ้นอยู่กับสาขาที่เลือกเรียน)
- ค่าเทอมจะอยู่ที่ประมาณ850,000 – 1,500,000 บาท/ปี
- ปริญญาโท: ระยะเวลาเรียน 1 – 2 ปี (ขึ้นอยู่กับหลักสูตรที่เลือกเรียน)
- ค่าเทอมจะอยู่ที่ประมาณ 900,000 – 1,500,000 บาท/ปี
- ปริญญาเอก: ระยะเวลาเรียน 3 – 4 ปี
- ค่าเทอมจะอยู่ที่ประมาณ 750,000 – 2,000,000 บาท/ปี
ค่าเล่าเรียนในการเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ (ข้อมูลปี 2026)
- ปริญญาตรี: ระยะเวลาเรียน 3 ปี
- ค่าเทอมจะอยู่ที่ประมาณ 690,000 บาท – 1,680,000 บาท/ปี
- ปริญญาโท: ระยะเวลา 1 ปี
- ค่าเทอมจะอยู่ที่ประมาณ 769,000 บาท – 1,980,000 บาท/ปี
- ปริญญาเอก: ระยะเวลาเรียน 3 – 4 ปี
- ค่าเทอมจะอยู่ที่ประมาณ 660,000 – 1,500,000 บาท/ปี
หากยังไม่แน่ใจว่าควรเตรียมงบประมาณเท่าไร สามารถขอคำปรึกษาจาก One Education เพื่อช่วยวางแผนเรียนต่อต่างประเทศของคุณได้โดยไม่มีค่าบริการใด ๆ ทั้งสิ้น
📲 ติดต่อ One Education: Add Line: @one-edu | โทรสอบถาม 02 652 0718
📝 บทความที่เกี่ยวข้อง:
การมีงบประมาณจำกัดไม่ได้หมายความว่าจะหมดโอกาสเรียนต่อต่างประเทศ เพราะปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยและหลักสูตรที่มีค่าใช้จ่ายหลากหลายให้เลือก รวมถึงทุนการศึกษา ส่วนลดค่าเล่าเรียน และ เมืองที่มีค่าครองชีพไม่สูง ซึ่งสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก
นอกจากนี้ นักเรียนยังสามารถวางแผนเลือกหลักสูตรที่เหมาะกับงบประมาณ เช่น เรียนในเมืองที่มีค่าครองชีพต่ำกว่า เลือกมหาวิทยาลัยที่มีค่าเล่าเรียนคุ้มค่า หรือวางแผนทำงานพาร์ทไทม์ตามเงื่อนไขของวีซ่านักเรียน เพื่อช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายระหว่างเรียน ทั้งนี้ ควรเตรียมงบประมาณให้ครอบคลุมทั้งค่าเล่าเรียน ค่าที่พัก ค่าครองชีพ และค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่า
หากยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มต้นอย่างไร ที่ปรึกษาสามารถช่วยประเมินงบประมาณ เปรียบเทียบมหาวิทยาลัย และแนะนำทางเลือกที่เหมาะกับทั้งเป้าหมายการเรียนและงบที่มี เพื่อให้การเรียนต่อต่างประเทศเป็นไปได้จริงและคุ้มค่าที่สุด
📝 บทความที่เกี่ยวข้อง
โดยทั่วไปนักเรียนจะต้องชำระค่าเรียน (Tuition Fee) หรือ เงินมัดจำค่าเรียน (Tuition Deposit) หลังจากได้รับหนังสือตอบรับเข้าเรียน (Offer Letter) และตัดสินใจตอบรับข้อเสนอจากมหาวิทยาลัยแล้ว อย่างไรก็ตาม กำหนดการและจำนวนเงินที่ต้องชำระจะแตกต่างกันไปตามมหาวิทยาลัย ประเทศ และหลักสูตรที่เลือกเรียน
สำหรับบางมหาวิทยาลัย อาจกำหนดให้ชำระเพียงเงินมัดจำก่อน เพื่อยืนยันสิทธิ์เข้าเรียน ขณะที่บางแห่งอาจกำหนดให้ชำระค่าเรียนล่วงหน้า 1 ภาคการศึกษาหรือมากกว่านั้น โดยเฉพาะในกรณีที่นักเรียนต้องใช้หลักฐานการชำระเงินประกอบการยื่นขอวีซ่านักเรียน
แนะนำให้เตรียมงบประมาณล่วงหน้า และตรวจสอบกำหนดชำระเงินที่ระบุในเอกสารตอบรับจากมหาวิทยาลัยอย่างละเอียด เพื่อหลีกเลี่ยงการพลาดกำหนดเวลา ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกเอกสารสำคัญหรือการยื่นขอวีซ่าได้ หากสมัครผ่าน One Education ที่ปรึกษาจะช่วยตรวจสอบกำหนดการ ชี้แจงค่าใช้จ่าย และแนะนำขั้นตอนการชำระเงินให้ตลอดกระบวนการสมัครเรียน
📲 ติดต่อ One Education: Add Line: @one-edu | โทรสอบถาม 02 652 0718
ค่าครองชีพ
ค่าครองชีพของแต่ละประเทศและแต่ละเมืองแตกต่างกัน จึงไม่มีคำตอบที่เหมาะกับทุกคน แต่โดยทั่วไป เมืองใหญ่จะมีค่าครองชีพสูงกว่าเมืองขนาดกลางหรือเมืองภูมิภาค (Regional Area) โดยเฉพาะค่าเช่าที่พักและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
สำหรับผู้ที่สนใจเรียนต่อในออสเตรเลีย เมืองอย่างซิดนีย์และเมลเบิร์นมักมีค่าครองชีพสูงกว่า ขณะที่เมืองอย่างแอดิเลด เพิร์ธ โฮบาร์ต หรือ แคนเบอร์รา อาจมีค่าที่พักและค่าใช้จ่ายในการใช้ชีวิตที่เหมาะสมกว่า ทั้งยังยังคงมีมหาวิทยาลัยคุณภาพและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักศึกษาต่างชาติ
ส่วนในสหราชอาณาจักร ลอนดอนเป็นเมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดแห่งหนึ่ง ขณะที่เมืองอย่างแมนเชสเตอร์ เบอร์มิงแฮม ลีดส์ นอตติงแฮม หรือ เชฟฟิลด์ มักมีค่าครองชีพที่ประหยัดกว่า และเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ
อย่างไรก็ตาม การเลือกเมืองไม่ควรพิจารณาจากค่าครองชีพเพียงอย่างเดียว แต่ควรคำนึงถึงค่าเล่าเรียน โอกาสทำงานพาร์ตไทม์ ระบบขนส่งสาธารณะ คุณภาพชีวิต และสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณด้วย เพราะการเลือกเมืองที่สมดุลทั้งด้านงบประมาณและคุณภาพชีวิต จะช่วยให้การเรียนต่อต่างประเทศเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น
หากยังไม่แน่ใจว่าเมืองไหนเหมาะกับงบประมาณของคุณ One Education สามารถช่วยเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายของแต่ละเมือง พร้อมแนะนำมหาวิทยาลัยและหลักสูตรที่สอดคล้องกับงบประมาณและเป้าหมายการเรียนของคุณ เพื่อให้คุณวางแผนการเรียนต่อได้อย่างมั่นใจ
📝 บทความที่เกี่ยวข้อง
งบค่าครองชีพสำหรับการเรียนต่อต่างประเทศขึ้นอยู่กับประเทศ เมือง และรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคน โดยค่าใช้จ่ายหลักที่ควรเตรียม ได้แก่ ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าโทรศัพท์ ค่าประกันสุขภาพ และค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่น ๆ
สำหรับการขอวีซ่านักเรียน รัฐบาลออสเตรเลียกำหนดให้ผู้สมัครต้องแสดงหลักฐานทางการเงินสำหรับค่าครองชีพขั้นต่ำ AUD 29,710 ต่อปี (ไม่รวมค่าเล่าเรียนและค่าเดินทาง) อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงเกณฑ์ขั้นต่ำในการยื่นวีซ่า ค่าใช้จ่ายจริงอาจสูงกว่าหรือต่ำกว่า ขึ้นอยู่กับเมืองและรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคน
ส่วนสหราชอาณาจักร ผู้สมัครวีซ่านักเรียนต้องแสดงหลักฐานค่าครองชีพตามพื้นที่ที่ศึกษา โดยปัจจุบันกำหนดไว้ที่ £1,529 ต่อเดือน สำหรับการศึกษาในกรุงลอนดอน และ £1,171 ต่อเดือน สำหรับเมืองนอกกรุงลอนดอน (สูงสุดไม่เกิน 9 เดือน) ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายจริงอาจแตกต่างกันตามเมืองและรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคน
หากเรียนในเมืองใหญ่ เช่น ซิดนีย์ เมลเบิร์น หรือกรุงลอนดอน ค่าใช้จ่ายในการใช้ชีวิตมักสูงกว่าเมืองขนาดกลางหรือเมืองภูมิภาค เนื่องจากค่าเช่าที่พักและค่าครองชีพโดยรวมสูงกว่า ดังนั้น การเลือกเมืองที่เหมาะกับงบประมาณก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญในการวางแผนเรียนต่อ
นอกจากค่าครองชีพรายเดือนแล้ว ควรเตรียมงบสำหรับค่าใช้จ่ายก่อนเดินทาง เช่น ค่าวีซ่า ค่าตรวจสุขภาพ ค่าประกันสุขภาพ ค่าตั๋วเครื่องบิน และค่าใช้จ่ายในการจัดหาที่พักช่วงแรก เพื่อให้สามารถเริ่มต้นการใช้ชีวิตในต่างประเทศได้อย่างราบรื่น
การวางแผนงบประมาณล่วงหน้าจะช่วยให้คุณเลือกมหาวิทยาลัย เมือง และรูปแบบการใช้ชีวิตที่เหมาะสมกับกำลังทรัพย์ของตนเองได้ดียิ่งขึ้น หากต้องการประเมินค่าใช้จ่ายโดยรวม One Education สามารถช่วยคำนวณค่าใช้จ่ายในการเรียนและค่าครองชีพ พร้อมเปรียบเทียบตัวเลือกในแต่ละประเทศและเมือง เพื่อให้คุณวางแผนการเรียนต่อได้อย่างมั่นใจและเหมาะสมกับงบประมาณของคุณ
🌐 ข้อมูลอ้างอิงค่าครองชีพ: immi.homeaffairs.gov.au และ www.gov.uk
📝 บทความที่เกี่ยวข้อง
ทุนการศึกษา
มีโอกาส แต่โอกาสในการได้รับทุนจะขึ้นอยู่กับประเภทของทุน คุณสมบัติของผู้สมัคร และหลักเกณฑ์ของแต่ละมหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษและออสเตรเลียมีทุนการศึกษาหลากหลายรูปแบบ เช่น ทุนส่วนลดค่าเล่าเรียน (Scholarship), ทุนตามผลการเรียน (Merit-based Scholarship), ทุนสำหรับนักศึกษาต่างชาติ (International Student Scholarship) และทุนเฉพาะสาขาวิชา ซึ่งส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องได้เกรดสูงที่สุดจึงจะมีสิทธิ์สมัคร
นอกจากผลการเรียนแล้ว มหาวิทยาลัยหลายแห่งยังพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น คะแนนภาษาอังกฤษ ผลงานหรือกิจกรรมนอกห้องเรียน ประสบการณ์ทำงาน ความสามารถพิเศษ รวมถึง Statement of Purpose
แม้ว่าทุนเต็มจำนวนจะมีการแข่งขันค่อนข้างสูง แต่ทุนส่วนลดค่าเล่าเรียน 10–50% เป็นทุนที่มีเปิดรับในหลายมหาวิทยาลัย และนักศึกษาต่างชาติจำนวนมากสามารถสมัครได้ หากมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่กำหนด
หากคุณต้องการเพิ่มโอกาสในการได้รับทุน ควรเริ่มวางแผนสมัครล่วงหน้า เตรียมเอกสารให้ครบ และเลือกมหาวิทยาลัยที่มีทุนสอดคล้องกับโปรไฟล์ของคุณ ทาง One Education สามารถช่วยประเมินคุณสมบัติ แนะนำทุนที่เหมาะสม และยื่นใบสมัครกับทางมหาวิทยาลัย โดยไม่มีค่าบริการใด ๆ ทั้งสิ้น
📝 บทความที่เกี่ยวข้อง
ความยากในการสมัครทุนการศึกษาขึ้นอยู่กับประเภทของทุน มูลค่าทุน และเงื่อนไขของแต่ละมหาวิทยาลัย โดยทั่วไป ทุนที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะมีการแข่งขันค่อนข้างสูง ขณะที่ทุนส่วนลดค่าเล่าเรียนที่มหาวิทยาลัยมอบให้กับนักศึกษาต่างชาติมักมีโอกาสได้รับมากกว่า หากผู้สมัครมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์
มหาวิทยาลัยจะพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น ผลการเรียน ความสามารถด้านภาษาอังกฤษ ประสบการณ์การทำกิจกรรม ผลงานที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่สมัคร และในบางทุนอาจพิจารณาจากการเขียน Statement of Purpose (SOP) หรือ Personal Statement รวมถึงการสัมภาษณ์
แม้ว่าการแข่งขันจะมีอยู่ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุนการศึกษาจะสมัครได้ยากสำหรับทุกคน หากเตรียมเอกสารอย่างครบถ้วน สมัครภายในกำหนดเวลา และเลือกทุนที่เหมาะกับคุณสมบัติของตนเอง ก็มีโอกาสได้รับทุนได้เช่นกัน
หากต้องการเพิ่มโอกาสในการได้รับทุน One Education สามารถช่วยค้นหาทุนที่เหมาะกับโปรไฟล์ของคุณ ตรวจสอบคุณสมบัติ แนะนำการเตรียมเอกสาร และให้คำแนะนำตลอดขั้นตอนการสมัคร เพื่อช่วยให้คุณมีโอกาสได้รับทุนการศึกษามากยิ่งขึ้น
📝 บทความที่เกี่ยวข้อง
ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
การวางแผนงบประมาณสำหรับการเรียนต่อต่างประเทศ ไม่ควรมองเฉพาะค่าเล่าเรียนเพราะยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่จำเป็นตลอดระยะเวลาที่ศึกษา หากเตรียมตัวไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้บริหารค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้นและลดความกังวลระหว่างเรียน
ค่าใช้จ่ายที่ควรนำมาวางแผน ได้แก่
- ค่าที่พัก เช่น หอพักมหาวิทยาลัย อพาร์ตเมนต์ หรือการแชร์บ้าน
- ค่าอาหารและของใช้ในชีวิตประจำวัน
- ค่าเดินทาง เช่น รถโดยสารสาธารณะหรือบัตรเดินทางรายเดือน
- ค่าประกันสุขภาพนักเรียนต่างชาติ ซึ่งเป็นข้อกำหนดของหลายประเทศ
- ค่าหนังสือ อุปกรณ์การเรียน และซอฟต์แวร์ที่จำเป็นสำหรับบางหลักสูตร
- ค่าวีซ่านักเรียน ค่าตรวจสุขภาพ และค่าตั๋วเครื่องบิน
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวและเงินสำรองสำหรับเหตุฉุกเฉิน
นอกจากนี้ หากเลือกเรียนในเมืองใหญ่ เช่น ลอนดอน ซิดนีย์ หรือ เมลเบิร์น ค่าครองชีพมักจะสูงกว่าเมืองขนาดกลางหรือเมืองในภูมิภาค (Regional Area) ดังนั้น การเลือกเมืองเรียนก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่องบประมาณโดยรวม ก่อนตัดสินใจสมัครเรียน ควรวางแผนค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตรไม่ใช่เฉพาะค่าใช้จ่ายในปีแรก เพื่อให้สามารถเรียนได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่กระทบกับการใช้ชีวิต
หากยังไม่แน่ใจว่าควรเตรียมงบประมาณเท่าไร สามารถขอคำปรึกษาจาก One Education เพื่อรับข้อมูลมหาวิทยาลัยและเมืองที่เหมาะกับงบประมาณของคุณได้โดยไม่มีค่าบริการใด ๆ ทั้งสิ้น
การเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อต่างประเทศ ไม่ควรดูเฉพาะ ค่าเล่าเรียน เพราะมหาวิทยาลัยที่ค่าเรียนถูกกว่าอาจตั้งอยู่ในเมืองที่มีค่าครองชีพสูง ทำให้ค่าใช้จ่ายรวมตลอดหลักสูตรสูงกว่าที่คาดไว้ เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจน ควรเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในภาพรวม โดยพิจารณาปัจจัยสำคัญ ได้แก่
- ค่าเล่าเรียนตลอดหลักสูตร
- ค่าที่พักและค่าครองชีพ ของเมืองที่มหาวิทยาลัยตั้งอยู่
- ค่าประกันสุขภาพนักเรียนต่างชาติ
- ค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
- ระยะเวลาของหลักสูตร เช่น ปริญญาโทในสหราชอาณาจักรส่วนใหญ่ใช้เวลา 1 ปี ขณะที่บางหลักสูตรในออสเตรเลียอาจใช้เวลา 1.5–2 ปี ซึ่งส่งผลต่อค่าใช้จ่ายโดยรวม
- ทุนการศึกษาหรือทุนส่วนลดค่าเล่าเรียนจากมหาวิทยาลัย
- โอกาสทำงานพาร์ทไทม์และทำงานหลังเรียนจบ
การคำนวณจากค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดจะช่วยให้เปรียบเทียบแต่ละมหาวิทยาลัยได้ดีมากขึ้น และเลือกตัวเลือกที่เหมาะกับทั้งงบประมาณและเป้าหมายในอนาคตมากกว่าการตัดสินใจจากค่าเล่าเรียนเพียงอย่างเดียว
หากคุณไม่แน่ใจงานควรเลือกมหาวิทยาลัยไหนดี มีค่าใช้จ่ายรวมเท่าไหร่ สามารถขอคำแนะนำจาก One Education ได้ เรายินดีบริการตั้งแต่เริ่มต้นแนะนำหลักสูตร/มหาวิทยาลัย/เมือง/ประเทศที่เหมาะสมกับคุณมากที่สุด และ ยื่นใบสมัครให้กับมหาวิทยาลัย ไปจนถึงบริการยื่นวีซ่านักเรียนและที่พัก โดยไม่มีค่าบริการใด ๆ ทั้งสิ้น
📲 ติดต่อ One Education: Add Line: @one-edu | โทรสอบถาม 02 652 0718

