เวลาน้อง ๆ ปรึกษาพี่ ๆ One Education คำถามที่พี่ ๆ ได้ยินบ่อยมากคือ พี่คะ หนูควรเลือกมหาวิทยาลัยไหนดี” แต่จริง ๆ แล้ว มีอีกคำถามหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ หนูควรเรียนที่เมืองไหนดี” เพราะต่อให้เลือกมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแค่ไหน ถ้าเมืองนั้นไม่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ งบประมาณ หรือเป้าหมายของตัวเอง การใช้ชีวิตในต่างประเทศอาจไม่เป็นอย่างที่หวัง 

ตลอดหลายปีที่พี่ ๆ ได้ช่วยน้อง ๆ วางแผนเรียนต่อ พี่ ๆ พบว่าน้อง ๆ หลายคนใช้เวลาศึกษามหาวิทยาลัยเป็นเดือน ๆ แต่แทบไม่ได้ศึกษาข้อมูลเมืองที่จะไปอยู่เลย บทความนี้จะช่วยให้น้องเลือกเมืองที่เหมาะกับตัวเองมากขึ้น และใช้ชีวิตในต่างประเทศได้อย่างมีความสุขตลอดช่วงเรียน 

ลองนึกภาพว่า น้องจะต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นอย่างน้อย 2-3 ปี หรืออาจนานกว่านั้น เมืองที่เลือกจะส่งผลต่อ ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โอกาสทำงานพาร์ตไทม์ สภาพอากาศ การเดินทาง กิจกรรมและไลฟ์สไตล์ และ โอกาสในการสร้างเครือข่ายและหางานหลังเรียนจบ ดังนั้นการเลือกเมืองจึงไม่ใช่แค่เรื่องสถานที่ แต่เป็นเรื่องของคุณภาพชีวิตโดยรวม 

1. ถามตัวเองก่อนว่า ชอบเมืองแบบไหน 

พี่ ๆ อยากให้น้อง ๆ เริ่มจากตัวเองก่อน ลองถามตัวเองว่า 

  • ชอบความคึกคักหรือความสงบ
  • ชอบเมืองใหญ่หรือเมืองขนาดกลาง
  • ชอบชีวิตที่มีร้านค้า ร้านอาหาร และกิจกรรมมากมายหรือไม่
  • ชอบธรรมชาติหรือชีวิตในเมือง 

ไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิด บางคนชอบเมืองใหญ่อย่าง Sydney หรือ London เพราะมีโอกาสมากมาย ขณะที่บางคนกลับมีความสุขกับเมืองที่เงียบกว่าอย่าง Adelaide, Newcastle หรือ Nottingham 

2. พิจารณางบประมาณอย่างจริงจัง 

เรื่องนี้สำคัญมาก หลายครั้งน้อง ๆ เลือกมหาวิทยาลัยได้แล้ว แต่ลืมคำนวณค่าครองชีพของเมือง ตัวอย่างเช่น 

เมืองที่ค่าครองชีพสูง 

เมืองที่ค่าครองชีพเป็นมิตรกว่า 

ถ้างบประมาณเป็นปัจจัยสำคัญ การเลือกเมืองที่ค่าครองชีพเหมาะสมอาจช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้หลายแสนบาทตลอดระยะเวลาการเรียน 

study abroad cost

3. ดูโอกาสทำงานพาร์ตไทม์และงานหลังเรียนจบ 

สำหรับนักเรียนต่างชาติ หลายคนต้องการหารายได้ระหว่างเรียน และวางแผนทำงานหลังเรียนจบ 
เมืองใหญ่มีข้อดีคือ 

  • บริษัทจำนวนมาก
  • โอกาสฝึกงานเยอะ
  • งานพาร์ตไทม์หลากหลาย
  • เครือข่ายทางธุรกิจขนาดใหญ่ 

ตัวอย่างเช่น Sydney เป็นศูนย์กลางธุรกิจของออสเตรเลีย, London เป็นศูนย์กลางการเงินระดับโลก ส่วน Manchester และ Birmingham มีตลาดงานขนาดใหญ่ในสหราชอาณาจักร หากเป้าหมายของน้องคือการสร้างประสบการณ์ทำงานระหว่างเรียน เมืองเหล่านี้อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ


🟢 สนใจเรียนต่อที่ออสเตรเลียหรืออังกฤษ สมัครเรียนได้กับพี่ ๆ One Education ตัวแทนมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่างเป็นทางการ บริการทุกขั้นตอนฟรี Add Line: @one-edu หรือ คลิกกรอกแบบฟอร์ม


4. อย่ามองข้ามเรื่องสภาพอากาศ 

หลายคนเพิ่งรู้ว่าไม่ชอบอากาศหนาวหลังจากไปถึงต่างประเทศแล้ว พี่ ๆ แนะนำให้น้อง ๆ ศึกษาสภาพอากาศของเมืองที่สนใจก่อนเสมอ 

ออสเตรเลีย 

  • Brisbane อากาศอบอุ่นเกือบทั้งปี
  • Gold Coast มีบรรยากาศชายทะเล
  • Melbourne มีอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
  • Hobart ค่อนข้างเย็น 

สหราชอาณาจักร 

  • London อากาศค่อนข้างอบอุ่นกว่าเมืองทางเหนือ
  • Manchester และ Newcastle เย็นกว่าและฝนตกบ่อยกว่า
  • Scotland มีอากาศหนาวมากขึ้นในช่วงฤดูหนาว

เรื่องเล็ก ๆ แบบนี้ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันมากกว่าที่หลายคนคิด 

London uk

5. เลือกเมืองที่สอดคล้องกับสาขาที่เรียน 

บางเมืองมีจุดเด่นเฉพาะด้าน ตัวอย่างเช่น 

  • Business & Finance: London, Manchester, Sydney, Melbourne
  • Engineering & Technology: Birmingham, Bristol, Sydney, Brisbane
  • Creative Arts & Design: Melbourne, London, Manchester
  • Health Sciences: Adelaide, Brisbane, Newcastle 

หากเมืองนั้นมีอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่น้องเรียน ก็อาจช่วยเพิ่มโอกาสฝึกงานและการหางานในอนาคตได้ 

6. ฟังประสบการณ์จากรุ่นพี่ที่เคยไปอยู่จริง 

เว็บไซต์มหาวิทยาลัยให้ข้อมูลได้ดีแต่ไม่มีอะไรแทนประสบการณ์จริงได้ พี่ ๆ แนะนำให้น้อง ๆ พูดคุยสอบถามรุ่นพี่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายจริงต่อเดือน การเดินทาง ความปลอดภัย งานพาร์ตไทม์ สังคมและการใช้ชีวิต ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เห็นภาพจริงมากกว่าการดูภาพสวย ๆ บนเว็บไซต์


One Education ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาต่อประเทศออสเตรเลียและสหราชอาณาจักรมามากกว่า 30 ปี และ เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้ง 2 ประเทศอย่างเป็นทางการ เรายินดีให้บริการทุกขั้นตอนฟรี  
Add Line: @one-edu        
คลิกกรอกข้อมูล เพื่อให้พี่ ๆ One Education ติดต่อกลับ        
โทรสอบถาม 02-652-0718        

ตามทันทุกข้อมูลการเรียนต่อUK & Australia        

Facebook: One Education           
Instagram: oneeducationthailand           
Twitter: One Education           
TikTok: oneeducationthailand            
YouTube: One Education           

ONE EDUCATION

เราเป็นตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้งจากมหาวิทยาลัยในอังกฤษและประเทศออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ รวมถึงยังให้คำปรึกษาและบริการครบทุกขั้นตอนกับนักเรียนไทยและนักเรียนต่างชาติในประเทศไทย โดยไม่มีค่าบริการใด ๆ ทั้งสิ้น

30 years experience Established since 1991
ประสบการณ์เชี่ยวชาญมากกว่า 30 ปี

ด้านการเรียนต่ออังกฤษและออสเตรเลีย

3 offices in Thailand
เปิดบริการ 3 สาขา

ในกรุงเทพ ประเทศไทย

Group of Eight Representative
ตัวแทนมหาวิทยาลัย Group of Eight

กลุ่มมหาวิทยาลัยชั้นนำครบทั้ง 8 แห่งของออสเตรเลีย

Russell Group Representatives
ตัวแทนมหาวิทยาลัยชั้นนำในอังกฤษ

ตัวแทนมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง รวมถึงกลุ่ม Russell Group

Qualified Education Agent
ทีมงานที่ปรึกษาได้การรับรองคุณภาพ

ในการเป็นที่ปรึกษาด้านการศึกษาต่อที่อังกฤษและออสเตรเลีย

Support 3,000+ students
ดูแลนักเรียนมากกว่า 3,000 คน

ทั้งนักเรียนไทยและนักเรียนต่างชาติในไทยได้ไปเรียนต่อตามเป้าหมาย

One Education ให้บริการเรียนต่อต่างประเทศระดับมืออาชีพ โดยการร่วมมือระหว่าง Hamilton International ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาต่อสหราชอาณาจักร และ Insight Education Consulting ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาต่อที่ออสเตรเลีย เรารวมกันเป็น "หนึ่ง" เพื่อให้คุณได้รับบริการที่ดีกว่าและตอบโจทย์การเรียนต่อต่างประเทศที่ครบวงจร