การเรียนในมหาวิทยาลัยของ UK ดียังไง มาดูการสอนสไตล์บริติชกัน 

หากน้อง ๆ ที่กำลังวางแผนเรียนต่อปริญญาโทที่สหราชอาณาจักร การทำความเข้าใจกับสไตล์การสอนก่อนลงสนามจริงถือเป็นเรื่องสำคัญไม่น้อย นอกจากระบบการสอนในมหาวิทยาลัยของสหราชอาณาจักรจะขึ้นชื่อในเรื่องของคุณภาพด้านการสอนและการวิจัยมาอย่างยาวนานแล้ว มหาวิทยาลัยหลายแห่งในสหราชอาณาจักรยังเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความเก่าแก่และมีชื่อเสียงระดับโลกอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น University of Oxford และ University of Cambridge ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 และ 13 

ระบบการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยของสหราชอาณาจักร 

รูปแบบการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยของสหราชอาณาจักรจะเน้นการให้นักศึกษาเป็นศูนย์กลาง (Student-centered) หรือการโฟกัสที่ประสบการณ์การเรียนรู้ของนักศึกษาแต่ละคนเป็นหลัก นักศึกษาทุกคนจะได้มีบทบาทในห้องเรียนอย่างทั่วถึง และจะได้รับการสนับสนุนด้านทรัพยากรที่จำเป็นต่อการศึกษา เพื่อให้นักศึกษาแต่ละคนประสบความสำเร็จตามความคาดหมาย 

ในบทความนี้ พี่ ๆ One Education จะพาทุกคนไปสำรวจและเรียนรู้วิธีการสอนสไตล์บริติชที่ทำให้การเรียนต่อในประเทศอังกฤษนั้นมีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ไม่แพ้ประเทศอื่น ๆ พร้อมแล้วมาอ่านต่อกันเลย 

1. การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking)

ทักษะแรกที่มหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรให้ความสำคัญอย่างมาก คือ การพัฒนาความคิดเชิงวิพากย์ ที่นอกจากจะเป็นส่วนสำคัญของรูปแบบการสอนในมหาวิทยาลัยของอังกฤษแล้ว ยังเป็นทักษะที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานอีกด้วย ซึ่งการคิดเชิงวิพากย์เป็นการวิเคราะห์และประมวลผลสิ่งที่ได้รับรู้อย่างมีวิจารณญาณ และไตร่ตรองเพื่อหาผลลัพธ์หรือใช้ความคิดประกอบการตัดสินใจ ซึ่งต้องผ่านการฝึกฝนการตั้งสมมติฐาน การระบุตัวแปรอคติ และการพิจารณาความน่าจะเป็น เพื่อค้นหาแนวทางการแก้ไขปัญหาใหม่ ๆ หรือตัดสินใจทำอะไรสักอย่างหนึ่ง 

อีกทั้ง การพัฒนาความคิดเชิงวิพากย์ยังสำคัญกับการเรียนต่อในระดับปริญญาโทในมหาวิทยาลัยของสหราชอาณาจักร เพราะนอกจากจะช่วยให้นักศึกษาได้เสนอแนวคิดหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับทฤษฎีอันซับซ้อนได้อย่างมั่นใจ ยังช่วยพัฒนามุมมองความคิดแบบใหม่ ๆ ให้กว้างขึ้นอีกด้วย 

ในบทความนี้ พี่ ๆ One Education จะพาทุกคนไปสำรวจและเรียนรู้วิธีการสอนสไตล์บริติชที่ทำให้การเรียนต่อในประเทศอังกฤษนั้นมีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ไม่แพ้ประเทศอื่น ๆ พร้อมแล้วมาอ่านต่อกันเลย 

2. การจัดกลุ่มเรียนขนาดเล็ก (Small Group Tutorials) 

สิ่งนึงที่ทำให้รูปแบบการสอนของสหราชอาณาจักรมีความโดดเด่น คือ ระบบการสอนแบบกลุ่มย่อย นั่นคือ ในคลาสจะมีการจัดกลุ่มเรียน โดยแต่ละกลุ่มจะมีนักศึกษาตั้งแต่ 3 – 10 คน และดูแลโดยอาจารย์ผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชานั้น ๆ ซึ่งการเรียนในระบบนี้จะช่วยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ตั้งคำถาม อภิปรายแนวคิด และรับคำแนะนำรายบุคคลเกี่ยวกับงานหรือโปรเจคที่กำลังทำ นอกจากนี้ การเรียนแบบกลุ่มย่อยนี้ยังช่วยกระตุ้นให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการคิดเชิงวิพากย์ ได้ฝึกการโต้แย้ง และพัฒนาทักษะการสื่อสาร ซึ่งเป็นทักษะที่บริษัทหรือนายจ้างให้ความสำคัญอย่างมากอีกด้วย 

3. การศึกษาด้วยตนเอง (Independent Study)

อีกหนึ่งรูปแบบที่เป็นหัวใจสำคัญในการเรียนในรูปแบบบริติช คือ การศึกษาค้นคว้าอย่างอิสระ หรือการศึกษาด้วยตนเอง นักศึกษาจะต้องมีความกระตือรือร้นที่จะค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมด้วยตนเองอยู่เสมอ ซึ่งมหาวิทยาลัยก็จะมีการจัดสรรทรัพยากรทางการศึกษา เพื่อให้นักศึกษาสามารถเข้าถึงหน่วยความรู้ต่าง ๆ ได้ เช่น การเข้าใช้ห้องสมุด การใช้สื่อการสอนออนไลน์ รวมถึงบริการสนับสนุนทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเอง 

การศึกษาในรูปแบบนี้จะช่วยให้นักศึกษาได้ค้นหาสิ่งที่ตัวเองสนใจ และพัฒนาทักษะที่จำเป็นในการทำวิจัย อีกทั้งยังเป็นการเตรียมพร้อมเข้าสู่โลกแห่งการทำงานที่ต้องอาศัยการช่วยเหลือและค้นคว้าข้อมูลด้วยตนเองเป็นหลัก 

4. การประเมินผล (Assessment) 

การประเมินผลในมหาวิทยาลัยของอังกฤษแบ่งเป็นได้ทั้งการสอบ การเรียนในห้อง การนำเสนอรายงาน และการทำวิทยานิพนธ์ ทั้งหมดนี้จะช่วยให้นักศึกษาได้แสดงความรู้และทักษะในรูปแบบต่าง ๆ และเปิดโอกาสให้ตัวเองได้รับคำติชมเกี่ยวกับผลงาน ซึ่งส่วนใหญนักศึกษามักจะถูกคาดหวังให้มีผลงานที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานระดับสูง เพื่อช่วยพัฒนาตัวนักศึกษามากกว่าการให้คะแนนเพียงอย่างเดียว ทั้งยังช่วยพัฒนานักศึกษาให้มี Growth Mindset และกระตุ้นให้นักศึกษากล้าที่จะเสี่ยงและเรียนรู้จากความผิดพลาด 

5. การคัดลอกผลงานทางวิชาการ (Plagiarism)

สิ่งสุดท้ายที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เพราะถือเป็นเรื่องซีเรียสมาก ๆ ในระบบการสอนของมหาวิทยาลัยในอังกฤษ นั่นก็คือ การคัดลอกผลงานทางวิชาการ หรือ Plagiarism ที่หลาย ๆ คนอาจจะเคยได้ยินกันมาบ้าง วันนี้พี่ ๆ One Education จะมาแจกแจงให้ดูกันว่าทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญและควรหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดขึ้น เพราะบทลงโทษสำหรับการคัดลอกผลงานทางวิชาการนั้นร้ายแรงมาก ๆ! 

Plagiarism คือการที่คน ๆ หนึ่งคัดลอกผลงานของคนอื่นไปโดยไม่ได้มีการอ้างอิงที่ถูกต้องและเหมาะสม เช่น การ Copy – Paste ข้อความจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งการนำข้อความไปเขียนใหม่ (Paraphrasing) แต่ไม่ได้มีการอ้างถึงเจ้าของข้อความหรือเจ้าของผลงานเดิม รวมถึงการเอาไอเดียของคนอื่นไปใช้โดยไม่ได้บอกให้เจ้าตัวทราบ 

แล้วทำไมเราถึงต้องหลีกเลี่ยงการ Plagiarism ล่ะ? เพราะถ้าหากมีการคัดลอกผลงานทางวิชาการเกิดขึ้น มหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรจะถือว่าการกระทำนั้นเป็นการละเมิดจริยธรรมทางวิชาการและเป็นการผิดจุดประสงค์ทางการศึกษาที่ต้องการพัฒนาให้นักศึกษามีทักษะความคิดเชิงวิพากย์และได้ฝึกฝนการค้นคว้าด้วยตนเอง ซึ่งการกระทำนี้อาจส่งผลให้เกิดการลงโทษทางวินัยตามมา นั่นหมายความว่าน้อง ๆ อาจจะถูกปรับตกในรายวิชา หรือทั้งหลักสูตรเลยก็ได้ และท้ายที่สุดคืออาจถูกปฏิเสธจากนายจ้างและกระทบถึงหน้าที่การงานในอนาคตเพราะการขาดความซื่อสัตย์ 

คงไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นใช่ไหมล่ะ ดังนั้น การหลีกเลี่ยงการคัดลอกผลงานทางวิชาการสามารถทำได้ดังต่อไปนี้ 

  1. น้อง ๆ ควรทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างการเขียนข้อความขึ้นใหม่และการคัดลอกข้อความเสียก่อน การเขียนข้อความขึ้นใหม่ (Paraphrasing) คือ การถอดหรือแปลความข้อความของคนอื่น และนำมาเรียบเรียงเขียนขึ้นใหม่ด้วยคำพูดของตัวเอง ซึ่งต่อให้เป็นการเขียนด้วยสไตล์ของตัวเองแต่เนื้อหาที่นำมายังเป็นไอเดียหรือผลงานของนักวิชาการคนอื่น ๆ ก็จำเป็นที่จะต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ส่วนการคัดลอกข้อความ (Copying) คือ การนำข้อความหรือผลงานของคนอื่น แม้จะเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ แต่ถ้าไม่มีการให้เครดิตที่เหมาะสม ก็ถือเป็นการลอกเลียนแบบทั้งสิ้น 
  1. อย่างที่พี่ ๆ ได้เน้นย้ำไปในข้อที่แล้วถึงความสำคัญของการอ้างอิงหรือการให้เครดิตผลงานของคนอื่น มหาวิทยาลัยของอังกฤษเองก็มีรูปแบบการอ้างอิงที่ถูกต้อง เหมาะสม และเป็นที่ยอมรับในวงการวิจัย โดยหลัก ๆ จะมี 2 รูปแบบที่ใช้กันอย่างกว้างขวาง นั่นก็คือแบบ Harvard และ APA น้อง ๆ จะต้องศึกษาให้ดีว่ามหาวิทยาลัยที่เรากำลังจะไปเรียนต่อหรือเรียนอยู่นั้นใช้รูปแบบไหน และต้องรักษารูปแบบการใช้ให้เหมือนกันทั้งหมด ไม่ผสมกัน 

ทั้งหมดนี้ก็เป็นรูปแบบการสอนของสหราชอาณาจักรที่แตกต่างจากรูปแบบการสอนของประเทศไทยไม่น้อย หากน้อง ๆ เข้าใจและเตรียมพร้อมปรับตัวสำหรับการเรียนต่อปริญญาโทที่สหราชอาณาจักร การเรียนต่อก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แถมน้อง ๆ ยังสามารถตัดสินใจเลือกมหาวิทยาลัยและหลักสูตรที่มีสไตล์การสอนตรงกับความต้องการได้อย่างง่ายดายมากขึ้นอีกด้วย 


สนใจเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม รับคำแนะนำ และสมัครเรียนกับพี่ ๆ One Education ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาต่อสหราชอาณาจักรมา 30 ปี เรายินดีให้คำปรึกษาและบริการทุกขั้นตอน ฟรี!!  
Add Line: @one-edu  
คลิกกรอกแบบฟอร์ม เพื่อให้พี่ ๆ One Education ติดต่อกลับ
โทรสอบถาม: 02-652-0718  

One Education | Study Abroad. Simplified ให้ทุกเรื่องการเรียนต่อต่างประเทศของคุณเป็นเรื่องง่ายครบในที่เดียว

ตามทันทุกข้อมูลการเรียนต่อ UK & Australia 

Facebook: One Education 
Instagram: oneeducationthailand 
Twitter: One Education 
YouTube: One Education 

ONE EDUCATION

เราเป็นตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้งจากมหาวิทยาลัยในอังกฤษและประเทศออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ รวมถึงยังให้คำปรึกษาและบริการครบทุกขั้นตอนกับนักเรียนไทยและนักเรียนต่างชาติในประเทศไทย โดยไม่มีค่าบริการใด ๆ ทั้งสิ้น

30 years experience Established since 1991
ประสบการณ์เชี่ยวชาญมากกว่า 30 ปี

ด้านการเรียนต่ออังกฤษและออสเตรเลีย

3 offices in Thailand
เปิดบริการ 3 สาขา

ในกรุงเทพ ประเทศไทย

Group of Eight Representative
ตัวแทนมหาวิทยาลัย Group of Eight

กลุ่มมหาวิทยาลัยชั้นนำครบทั้ง 8 แห่งของออสเตรเลีย

Russell Group Representatives
ตัวแทนมหาวิทยาลัยชั้นนำในอังกฤษ

ตัวแทนมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง รวมถึงกลุ่ม Russell Group

Qualified Education Agent
ทีมงานที่ปรึกษาได้การรับรองคุณภาพ

ในการเป็นที่ปรึกษาด้านการศึกษาต่อที่อังกฤษและออสเตรเลีย

Support 3,000+ students
ดูแลนักเรียนมากกว่า 3,000 คน

ทั้งนักเรียนไทยและนักเรียนต่างชาติในไทยได้ไปเรียนต่อตามเป้าหมาย

One Education ให้บริการเรียนต่อต่างประเทศระดับมืออาชีพ โดยการร่วมมือระหว่าง Hamilton International ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาต่อสหราชอาณาจักร และ Insight Education Consulting ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาต่อที่ออสเตรเลีย เรารวมกันเป็น "หนึ่ง" เพื่อให้คุณได้รับบริการที่ดีกว่าและตอบโจทย์การเรียนต่อต่างประเทศที่ครบวงจร