อยากเรียนต่อออสเตรเลียต้องเริ่มยังไง? แชร์ประสบการณ์เลือกมหาวิทยาลัยและสมัครเรียน โดยพี่น้ำขิง
- เรื่องเล่าจากรุ่นพี่ | เรื่องเล่าจากรุ่นพี่
- July 13, 2026
- One Education
สวัสดีค่า น้ำขิงนะคะ ตอนนี้เรียนหลักสูตร Master of Commerce (Extension) ที่ University of Sydney ได้หนึ่งเทอมแล้วค่ะ ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว ตอนที่เริ่มคิดจะเรียนต่อ บอกเลยว่าแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับประเทศนี้เลย ไม่รู้จะเริ่มหาข้อมูลจากตรงไหน เลือกมหาวิทยาลัยยังไง หรือสมัครยากไหม เลยอยากเขียนบทความนี้เผื่อจะช่วยให้คนที่กำลังอยู่ในจุดเดียวกันมีภาพชัดขึ้นค่ะ ไปกันเลยย~
ทำไมถึงเลือกออส

ตอนตัดสินใจว่าอยากไปเรียนต่อ ตอนนั้นก็คิดหนักมากว่าจะไปประเทศอะไรนี้น้า ประเทศยอดฮิตก็หนีไม่พ้นอเมริกากับอังกฤษที่มีเพื่อน ๆ ไปเรียนกันเยอะมาก ๆ เหล่ามหาวิทยาลัยมีชื่อล้วนกระจุกตัวอยู่สองประเทศนี้ ชนิดที่พูดปุ๊ปทุกคนรู้จัก อย่างเช่น Massachusetts Institute of Technology (MIT), University of Oxford, Harvard University, หรือ University of Cambridge เป็นต้น ส่วนตัวเคยสนใจอเมริกาเหมือนกัน แต่หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลายอย่าง ก็รู้สึกว่าไม่ค่อยตอบโจทย์ตัวเองเท่าเดิม (ความเห็นส่วนตัวนะคะ) และค่าเทอมกับค่าครองชีพแพงมากๆๆ ส่วนอังกฤษหลักสูตร ป.โท เรียนแค่หนึ่งปีกับสภาพอากาศค่อนข้างครึ้ม ๆ ตลอดเวลา บางคนก็บอกว่ามันแอบมัวหมองเลยยังไม่ตอบโจทย์ เพราะรู้สึกว่าหนึ่งปีแอบสั้นเกินกว่าจะได้ซึมซับวัฒนธรรมและเรียนรู้การใช้ชีวิตที่ต่างแดน และนาฬิกาชีวิตค่อนข้างขับเคลื่อนด้วยแสงอาทิตย์ ช่วงไหนที่ไทยอากาศครึ้มๆ รู้สึกไม่ค่อยอยากออกไปไหนทุกที บังเอิ๊ญมีเพื่อนเพิ่งไปออสเตรเลีย เลยสนใจขึ้นมา เพราะเป็นประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก อากาศค่อนข้างดี หน้าหนาวไม่ได้หนาวมาก หลักสูตรมีแบบเรียน 2 ปี หลังจบก็ขอ Post Graduate Visa เพื่อทำงานต่อได้ และไม่ได้ห่างจากไทยมาก เกิดคิดถึงบ้านก็ยังบินกลับได้ค่ะ
เตรียมตัวอย่างไรบ้าง เข้ายากไหม
ด้วยความไม่รู้อะไรเกี่ยวกับประเทศนี้เท่าไหร่ (นอกจากมีจิงโจ้กับน้องโคอาล่า) หรือ มหาวิทยาลัยที่นี่เลย แน่นอนว่าเราเริ่มต้นจากการค้น QS World University Ranking เพื่อดูอันดับมหาลัย 55555 หาข้อมูลและรายละเอียดหลักสูตรว่าจะได้เรียนเนื้อหาประมาณไหน วิชากับรูปแบบการเรียนเป็นอย่างไร ค่าเทอมเท่าไหร่ (ข้อมูลพวกนี้ดูได้จากเว็บมหาลัยโดยตรงเลยค่ะ เค้าค่อนข้างให้ข้อมูลไว้ละเอียด) และไปงานสัมมนาเรียนต่อ (เวิร์คมาก บางทีมหาลัยมีทุนให้ เค้าก็เอามาบอกในงาน และเราสามารถสอบถามข้อมูลกับตัวแทนมหาวิทยาลัยได้โดยตรง แล้วก็ให้พี่ ๆ เอเจนต์ One Education ช่วยแนะนำเพิ่มเติมได้ จากนั้นไปทำการบ้านหาข้อมูลเพิ่ม) แต่สุดท้ายแล้วสิ่งสำคัญคือเราต้องถามตัวเองก่อนว่าเราอยากได้อะไรจากการไปเรียน เป้าหมายเราคืออะไรกันแน่ ไปแล้วจะคุ้มไหม เพราะค่าเทอมไม่ใช่เล่น ๆ เลย ไหนจะค่ากินอยู่อีก มันจะช่วยให้เราตัดช้อยมหาลัยที่ไม่ตรงโจทย์ได้ค่ะ

หนึ่งในงานเรียนต่อที่ไปเก็บข้อมูลค่ะ ใครจัดอะไรน่าสนใจก็ลุยย!!
ถามว่าเข้ายากไหม คิดว่าไม่ยากนะ เราสมัครไปสองที่คือ University of Sydney กับ University of New South Wales แค่ใช้คะแนน IELTS (Overall 7.0, แต่ละพาร์ทมากกว่าเท่ากับ 6.0) กับ Resume แล้วก็เขียนเรียงความตอบคำถามเขา (Genuine Student Declaration) อย่างอื่นก็เป็นเอกสารส่วนตัว อย่างเช่น Transcript กับ Passport ไม่มีสัมภาษณ์อะไรทั้งนั้น (แอบตกใจแต่เรื่องจริง!!)
ทำไมถึงเลือก University of Sydney

ตอนช่วงหาข้อมูลมหาลัยค่อนข้างประสบปัญหามีมหาลัยน่าสนใจเยอะมาก ไม่แน่ใจควรเริ่มต้นตรงไหนดี ไม่แน่ใจมีใครเป็นเหมือนกันไหมนะ? เราคิดว่าสิ่งหนึ่งที่จะช่วยตัดช้อยส์ได้คือลองดูว่า Vibes (บรรยากาศ) เมืองนั้นๆ เป็นอย่างไร เข้ากับเราไหม เราชอบไหม เพราะเราต้องไปอยู่ที่นั่น 2 ปี พอเลือกเมืองได้แล้วก็ลองดูว่าหลักสูตรมหาลัยเป็นยังไง ตอบโจทย์ไหม ส่วนตัวเราค่อนข้างชอบ Sydney ที่ดูไว้เลยเป็น University of Sydney กับ UNSW สิ่งหนึ่งที่ต่างกันชัดเจนเลยคือ USYD เรียน 2 เทอม ในขณะที่ UNSW เรียน 3 เทอม มหาลัยส่วนใหญ่เรียนแบบ 2 เทอมกัน การหา Internship ก็น่าจะลงตัวกว่า ส่วนการเรียนแบบ 3 เทอมก็มีข้อดีตรงหนึ่งเทอมเราลงวิชาน้อยกว่าการเรียนแบบ 2 เทอม ทำให้น่าจะโฟกัสกับวิชานั้น ๆ ได้มากกว่า และได้พักระหว่างขึ้นเทอมถัดไป แต่ช่วงพักก็จะสั้นกว่าการเรียนแบบ 2 เทอมนะ สำหรับเราตัวหลักสูตรของทั้งสองที่น่าสนใจพอ ๆ กัน ที่เลือก USYD ก็เพราะเราชอบแบบ 2 เทอมมากกว่าและพอดีได้ทุนมหาลัยด้วย ในขณะที่ UNSW ไม่มีทุนให้เลยต้องขอบอกลาแต่เพียงเท่านี้
การตอบรับ Offer และ ยื่นวีซ่านักเรียนเป็นอย่างไรบ้าง
หลังจากได้ Offer ของ USYD แล้ว เค้าจะให้เวลาเรา 10 วันในการตอบรับและจ่ายค่ามัดจำ จากนั้นเราก็รอทางมหาลัยออก Confirmation of Enrollment (CoE) และ ซื้อ Overseas Student Health Cover (OSHC) กับเตรียมเอกสารเพื่อเอาไปยื่นขอวีซ่านักเรียน เอกสารครบเมื่อไหร่ ก็สามารถยื่นขอวีซ่าได้ทันทีเลยค่ะ ไม่ต้องรอยื่นใกล้ ๆ ช่วงหลัง ๆ มานี้เค้าขึ้นราคาค่าวีซ่านักเรียนโหดมาก ๆ รีบยื่นก่อนเค้าปรับราคาจะดีที่สุดค่ะ เรื่องเอกสารต่าง ๆ พี่ ๆ One Education ก็จะคอยช่วยเหลือเรา และไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับคำปรึกษาและความช่วยเหลือค่ะ
หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คนที่กำลังเริ่มหาข้อมูลเรียนต่อออสเห็นภาพมากขึ้นนะคะ ส่วนบทความหน้าจะพาไปรีวิวการเรียนตลอดหนึ่งเทอมที่ผ่านมาที่ University of Sydney ทั้งรูปแบบคลาสเรียน การลงทะเบียน และบรรยากาศในมหาวิทยาลัย ว่าแตกต่างจากไทยยังไงบ้าง ฝากติดตามกันด้วยค่ะ~
สนใจเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลีย สมัครเรียนได้กับ One Education
One Education ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาต่อประเทศออสเตรเลียมามากกว่า 30 ปี และ เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยชั้นนำรวมถึงมหาวิทยาลัยในกลุ่ม Group of Eight ครบทั้ง 8 แห่งอย่างเป็นทางการ เรายินดีให้บริการทุกขั้นตอนฟรี
Add Line: @one-edu
คลิกกรอกแบบฟอร์ม เพื่อให้พี่ ๆ One Education ติดต่อกลับ
โทรสอบถาม: 02-652-0718
One Education | Study Abroad. Simplified ให้ทุกเรื่องการเรียนต่อต่างประเทศของคุณเป็นเรื่องง่ายครบในที่เดียว
ตามทันทุกข้อมูลการเรียนต่อ UK & Australia
Facebook: One Education
Instagram: oneeducationthailand
Twitter: One Education
TikTok: oneeducationthailand
YouTube: One Education
บทความล่าสุด
อยากเรียนต่อออสเตรเลียต้องเริ่มยังไง? แชร์ประสบการณ์เลือกมหาวิทยาลัยและสมัครเรียน โดยพี่น้ำขิง จะรู้ได้อย่างไรว่ามหาวิทยาลัยไหนเหมาะกับเรา ส่งลูกเรียนต่อต่างประเทศ ควรสมัครมหาวิทยาลัยกี่แห่ง ได้รับ Offer จากหลายมหาวิทยาลัยควรเลือกอย่างไร เลือกเมืองเรียนต่อที่เหมาะกับตัวเองอย่างไรหมวดหมู่
เรื่องเล่าจากรุ่นพี่
เคล็ดลับการเรียนต่ออังกฤษ
เคล็ดลับการเรียนต่อออสเตรเลีย
หลักสูตรยอดนิยม
ทุนการศึกษา
โปรโมชั่นเรียนภาษา

