ไม่ว่าคุณจะสนใจเรียนต่อระดับปริญญาตรี ปริญญาโท หรือหลักสูตรภาษาในประเทศออสเตรเลียและสหราชอาณาจักร คุณอาจมีคำถามเกี่ยวกับคุณสมบัติการสมัคร มหาวิทยาลัย ค่าใช้จ่าย ทุนการศึกษา วีซ่านักเรียน การทำงานระหว่างเรียน หรือการเตรียมตัวก่อนเดินทาง One Education ได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อย พร้อมคำตอบที่เข้าใจง่ายจากผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนต่อต่างประเทศ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและวางแผนการศึกษาที่เหมาะกับเป้าหมายของคุณ

ข้อมูลอัปเดตล่าสุด: กรกฎาคม 2569

เริ่มต้นเรียนต่อต่างประเทศ

การเรียนต่อต่างประเทศเหมาะกับผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะ ความรู้ และเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาต่อ การทำงาน หรือการใช้ชีวิตในต่างประเทศ โดยเฉพาะผู้ที่มีเป้าหมายดังต่อไปนี้

  • นักเรียนและนักศึกษาที่ต้องการเรียนต่อ ในระดับภาษา ปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอก
  • ผู้ที่ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษ ผ่านการใช้ชีวิตและเรียนในสภาพแวดล้อมที่ใช้ภาษาอังกฤษทุกวัน
  • ผู้ที่อยากเพิ่มโอกาสในการทำงาน ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ด้วยวุฒิการศึกษาที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
  • ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสายอาชีพหรือเพิ่มทักษะเฉพาะทาง เช่น Business, IT, Data Science, Engineering, Healthcare หรือ Hospitality
  • ผู้ที่ต้องการเปิดประสบการณ์ใหม่ เรียนรู้วัฒนธรรม พบปะผู้คนจากทั่วโลก และพัฒนาทักษะการใช้ชีวิตด้วยตนเอง

ไม่ว่าคุณจะเพิ่งเรียนจบ กำลังทำงาน หรือต้องการพัฒนาตัวเอง การเรียนต่อต่างประเทศสามารถวางแผนให้เหมาะกับงบประมาณ ระยะเวลา และเป้าหมายของแต่ละคนได้

One Education ให้คำปรึกษาฟรีตั้งแต่การเลือกประเทศ มหาวิทยาลัย หลักสูตร ทุนการศึกษา ไปจนถึงการสมัครเรียนและขอวีซ่า เพื่อช่วยให้คุณเลือกเส้นทางการเรียนต่อต่างประเทศที่เหมาะกับเป้าหมายของตัวเองมากที่สุด

แนะนำให้เริ่มวางแผน อย่างน้อย 6–12 เดือนก่อนวันเปิดเรียน เพื่อให้มีเวลาเลือกประเทศ มหาวิทยาลัย และหลักสูตรที่เหมาะสม รวมถึงเตรียมเอกสาร สมัครทุน สอบวัดระดับภาษา และยื่นวีซ่าได้อย่างราบรื่น

🇦🇺 เรียนต่อออสเตรเลีย

ออสเตรเลียเปิดรับนักศึกษาหลายรอบต่อปี โดยส่วนใหญ่จะมี 2–3 Intake ได้แก่ กุมภาพันธ์ (Semester 1), กรกฎาคม (Semester 2) และ บางมหาวิทยาลัยมีรอบพฤศจิกายน (สำหรับบางหลักสูตร)

  • ควรเริ่มวางแผนล่วงหน้า 6–12 เดือน เพื่อให้มีเวลา:
  • เลือกมหาวิทยาลัยและหลักสูตร
  • เตรียมผลภาษาอังกฤษ (IELTS, PTE หรือเทียบเท่า)
  • สมัครทุนการศึกษา (หากมี)
  • ยื่นใบสมัครและขอ Student Visa

🇬🇧 เรียนต่อสหราชอาณาจักร

มหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรส่วนใหญ่เปิดเรียนในเดือนกันยายน และหลายแห่งมีรอบมกราคม (สำหรับบางหลักสูตร) แนะนำให้เริ่มวางแผน 6–12 เดือนล่วงหน้า โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการสมัครมหาวิทยาลัยยอดนิยมหรือขอทุนการศึกษา เนื่องจากบางหลักสูตรมีจำนวนที่นั่งจำกัดและปิดรับสมัครก่อนวันเปิดเรียนหลายเดือน

หากต้องการสมัครทุนการศึกษาหรือเรียนในมหาวิทยาลัยที่มีการแข่งขันสูง ควรเริ่มวางแผน 12 เดือนขึ้นไป เพื่อเพิ่มโอกาสในการเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและยื่นใบสมัครได้ทันกำหนด

One Education ให้คำปรึกษาฟรีตั้งแต่การวางแผน เลือกมหาวิทยาลัย สมัครเรียน ขอทุน และยื่นวีซ่า เพื่อให้คุณเริ่มต้นเรียนต่อต่างประเทศได้อย่างมั่นใจและตรงตามเป้าหมาย

คุณสมบัติในการสมัครเรียนต่อจะแตกต่างกันตามประเทศ มหาวิทยาลัย และระดับการศึกษา แต่โดยทั่วไปผู้สมัครควรมีคุณสมบัติดังนี้

  • มีวุฒิการศึกษาตรงตามเกณฑ์ ของหลักสูตรที่ต้องการสมัคร เช่น จบมัธยมศึกษาสำหรับปริญญาตรี หรือจบปริญญาตรีสำหรับปริญญาโท
  • มีผลการเรียน (GPA) ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด ซึ่งแต่ละสถาบันอาจมีเกณฑ์แตกต่างกัน
  • มีผลสอบภาษาอังกฤษ เช่น IELTS, PTE หรือ TOEFL หากหลักสูตรกำหนด โดยคะแนนขั้นต่ำขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยและสาขาที่เลือก
  • มีหนังสือเดินทาง (Passport) ที่ยังไม่หมดอายุ และเตรียมเอกสารประกอบการสมัครให้ครบถ้วน
  • มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขของวีซ่านักเรียน เช่น หลักฐานทางการเงิน และเอกสารที่เกี่ยวข้องตามข้อกำหนดของประเทศปลายทาง

🇦🇺 เรียนต่อออสเตรเลีย

หากผลการเรียนหรือคะแนนภาษาอังกฤษยังไม่ถึงเกณฑ์ หลายมหาวิทยาลัยมีหลักสูตร Pathway, Foundation หรือคอร์สภาษาอังกฤษ (ELICOS) เพื่อช่วยให้นักเรียนสามารถเตรียมความพร้อมก่อนเข้าศึกษาในหลักสูตรหลักได้

🇬🇧 เรียนต่อสหราชอาณาจักร

มหาวิทยาลัยในอังกฤษส่วนใหญ่จะพิจารณาจากผลการเรียน คุณสมบัติด้านภาษาอังกฤษ และเอกสารประกอบการสมัคร โดยบางหลักสูตร เช่น แพทยศาสตร์ กฎหมาย หรือ MBA อาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติม เช่น ประสบการณ์ทำงานหรือการสัมภาษณ์

หากไม่แน่ใจว่าคุณมีคุณสมบัติสมัครได้หรือไม่ One Education สามารถประเมินโปรไฟล์ของคุณฟรี พร้อมแนะนำมหาวิทยาลัยและหลักสูตรที่เหมาะกับผลการเรียน งบประมาณ และเป้าหมายในอนาคต

การเรียนต่อต่างประเทศไม่ซับซ้อนอย่างที่คิดหากวางแผนเป็นขั้นตอน โดยทั่วไปมีลำดับดังนี้

  1. ปรึกษาและวางแผนการเรียนต่อ
    กำหนดเป้าหมาย เลือกประเทศ ระดับการศึกษา งบประมาณ และช่วงเวลาที่ต้องการเริ่มเรียน
  2. เลือกมหาวิทยาลัยและหลักสูตร
    เปรียบเทียบมหาวิทยาลัย หลักสูตร เมือง ค่าใช้จ่าย และโอกาสในการทำงานหลังเรียนจบ เพื่อเลือกตัวเลือกที่เหมาะกับเป้าหมายของคุณ
  3. เตรียมเอกสารและสมัครเรียน
    จัดเตรียมเอกสาร เช่น ใบแสดงผลการเรียน (Transcript), หนังสือเดินทาง (Passport), ผลสอบภาษาอังกฤษ (หากจำเป็น) และเอกสารอื่น ๆ ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด
  4. รับจดหมายตอบรับและชำระค่าเรียน
    เมื่อได้รับ Offer Letter จากมหาวิทยาลัย ให้ดำเนินการตามเงื่อนไข เช่น ชำระเงินมัดจำหรือค่าเล่าเรียน เพื่อยืนยันสิทธิ์เข้าเรียน
  5. สมัครวีซ่านักเรียน
    เตรียมเอกสารและยื่นขอ Student Visa ตามข้อกำหนดของประเทศปลายทาง รวมถึงตรวจสุขภาพหรือเอกสารเพิ่มเติม หากมีการกำหนด
  6. เตรียมตัวก่อนเดินทาง
    จองที่พัก ซื้อตั๋วเครื่องบิน ทำประกันสุขภาพ เตรียมเอกสารสำคัญ และเข้าร่วมกิจกรรมปฐมนิเทศก่อนเดินทาง (Pre-Departure)
  7. เดินทางและเริ่มต้นการเรียน
    เดินทางไปยังประเทศปลายทาง ลงทะเบียนเรียน เปิดบัญชีธนาคาร (หากจำเป็น) และเริ่มต้นชีวิตนักศึกษาต่างประเทศ

One Education ดูแลทุกขั้นตอนแบบครบวงจร ตั้งแต่การเลือกมหาวิทยาลัย สมัครเรียน สมัครทุน ขอวีซ่า ไปจนถึงการเตรียมตัวก่อนเดินทาง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทำให้การเรียนต่อต่างประเทศเป็นเรื่องง่ายและมั่นใจมากยิ่งขึ้น

ทั้งประเทศออสเตรเลียและสหราชอาณาจักรต่างเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักเรียนไทย แต่ประเทศที่เหมาะที่สุดจะขึ้นอยู่กับเป้าหมายการเรียน งบประมาณ และแผนการทำงานในอนาคตของคุณ

🇬🇧 เลือกเรียนต่อ UK หากคุณต้องการ

  • เรียนจบเร็ว เช่น ปริญญาตรี 3 ปี และ ปริญญาโทส่วนใหญ่ใช้เวลาเพียง 1 ปี
  • ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายโดยรวมจากระยะเวลาการเรียนที่สั้นกว่า
  • เรียนในประเทศที่มีมหาวิทยาลัยเก่าแก่และมีชื่อเสียงระดับโลก
  • เดินทางท่องเที่ยวยุโรปได้สะดวกในช่วงปิดภาคเรียน
  • สนใจหลักสูตรด้าน Business, Finance, Law, Arts, Design หรือ Humanities

🇦🇺 เลือกเรียนต่อ Australia หากคุณต้องการ

  • เรียนในสภาพแวดล้อมที่ใกล้ประเทศไทย เดินทางสะดวก และมีสภาพอากาศที่คุ้นเคยกว่า
  • มีโอกาสทำงานพาร์ตไทม์ระหว่างเรียน และได้รับประสบการณ์การทำงานในต่างประเทศ
  • สนใจหลักสูตรที่เน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ เช่น Engineering, IT, Health Sciences, Hospitality หรือ Education
  • ต้องการเรียนและใช้ชีวิตในเมืองที่มีคุณภาพชีวิตสูง พร้อมธรรมชาติและกิจกรรมกลางแจ้ง
  • มองหาโอกาสทำงานหลังเรียนจบ โดยเฉพาะในบางเมืองหรือพื้นที่ที่มีสิทธิประโยชน์ด้านวีซ่าหลังเรียน

ท้ายที่สุด ไม่มีประเทศไหนที่ดีกว่าอีกประเทศหนึ่งสำหรับทุกคน สิ่งสำคัญคือการเลือกประเทศที่สอดคล้องกับเป้าหมายของคุณ ทั้งด้านหลักสูตร งบประมาณ ไลฟ์สไตล์ และแผนอาชีพในอนาคต

หากยังตัดสินใจไม่ได้ One Education สามารถช่วยเปรียบเทียบมหาวิทยาลัย หลักสูตร ค่าใช้จ่าย และโอกาสหลังเรียนจบของทั้ง Australia และ UK เพื่อให้คุณเลือกเส้นทางที่เหมาะกับตัวเองได้อย่างมั่นใจ

📝 บทความที่เกี่ยวข้อง:

การเลือกประเทศ มหาวิทยาลัย และหลักสูตร

หลายคนมักเริ่มต้นด้วยการเลือกประเทศที่อยากไป แต่หากต้องการวางแผนการเรียนต่อให้ตอบโจทย์อนาคตมากที่สุด แนะนำให้เริ่มจากการเลือกหลักสูตรก่อน เพราะหลักสูตรจะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความรู้ ทักษะ และโอกาสในการประกอบอาชีพหลังสำเร็จการศึกษา

เมื่อเลือกสาขาที่สนใจได้แล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการเปรียบเทียบมหาวิทยาลัยที่มีความเชี่ยวชาญในสาขานั้น โดยพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ เช่น เนื้อหาหลักสูตร คุณภาพการเรียนการสอน อันดับของสาขาวิชา โอกาสฝึกงาน ความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม ค่าเล่าเรียน ทุนการศึกษา และบริการสนับสนุนนักศึกษาต่างชาติ

หลังจากนั้นจึงค่อยเลือกประเทศที่เหมาะกับเป้าหมายของคุณ โดยพิจารณาจากค่าใช้จ่ายในการใช้ชีวิต รูปแบบการเรียน วัฒนธรรม สภาพแวดล้อม โอกาสทำงานระหว่างเรียน สิทธิการทำงานหลังเรียนจบ และเส้นทางอาชีพที่ต้องการในอนาคต หากคุณมีเป้าหมายที่ชัดเจนอยู่แล้ว เช่น อยากทำงานในประเทศใดประเทศหนึ่ง หรือมีงบประมาณจำกัด การเริ่มต้นจากการเลือกประเทศก็อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมเช่นกัน เพราะจะช่วยจำกัดตัวเลือกของมหาวิทยาลัยและหลักสูตรให้แคบลง

หากยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มจากตรงไหน การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนต่อต่างประเทศของ One Education จะช่วยให้คุณเปรียบเทียบหลักสูตร มหาวิทยาลัย ค่าใช้จ่าย และโอกาสทางอาชีพ เพื่อเลือกเส้นทางที่เหมาะสมกับความสนใจ เป้าหมาย และงบประมาณของคุณได้อย่างมั่นใจ

📲 ติดต่อ One Education: Add Line: @one-edu  |  โทรสอบถาม 02 652 0718

การเลือกมหาวิทยาลัยที่เหมาะกับคุณไม่ควรพิจารณาจากชื่อเสียงหรืออันดับมหาวิทยาลัยเพียงอย่างเดียว แต่ควรเลือกจากมหาวิทยาลัยที่ตอบโจทย์ทั้งเป้าหมายการเรียน ไลฟ์สไตล์ และแผนอาชีพในอนาคต

เริ่มต้นจากการพิจารณาว่ามหาวิทยาลัยนั้นมีความโดดเด่นในสาขาวิชาที่คุณสนใจหรือไม่ โดยดูจากเนื้อหาหลักสูตร ความเชี่ยวชาญของคณาจารย์ สิ่งอำนวยความสะดวก ห้องปฏิบัติการ โอกาสฝึกงาน และความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม เพราะปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อประสบการณ์การเรียนและโอกาสในการทำงานหลังสำเร็จการศึกษา

นอกจากนี้ ควรเปรียบเทียบปัจจัยอื่น ๆ เช่น ค่าเล่าเรียน ทุนการศึกษา ค่าใช้จ่ายในการใช้ชีวิต เมืองที่ตั้ง ขนาดของมหาวิทยาลัย บรรยากาศภายในแคมปัส กิจกรรมสำหรับนักศึกษา และบริการสนับสนุนนักศึกษาต่างชาติ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะสามารถใช้ชีวิตและเรียนได้อย่างมีความสุขตลอดระยะเวลาที่ศึกษา

หากคุณมีเป้าหมายในการทำงานหลังเรียนจบ ควรศึกษาข้อมูลด้านอัตราการมีงานทำของบัณฑิต ความร่วมมือกับบริษัทชั้นนำ โอกาสฝึกงาน และเครือข่ายศิษย์เก่า เพราะสิ่งเหล่านี้อาจมีผลต่อโอกาสในการเริ่มต้นอาชีพมากกว่าการดูอันดับมหาวิทยาลัยเพียงอย่างเดียว

ตัวอย่างมหาวิทยาลัยที่มีเชี่ยวชาญในแต่ละสาขา

Art & Design

  • ออสเตรเลีย: RMIT University, University of Melbourne, University of Technology Sydney, Monash University, UNSW Sydney
  • อังกฤษ: Loughborough University, UCL, Newcastle University, University of Leeds, University of Southampton

Business & Management Studies

  • ออสเตรเลีย: University of Melbourne, UNSW Sydney, University of Sydney, Monash University ANU
  • อังกฤษ: University of Warwick, LSE, UCL, University of Bath, King’s College London

Computer Science

  • ออสเตรเลีย: University of Melbourne, University of Sydney, ANU, Monash University, UNSW Sydney
  • อังกฤษ: University of Birmingham, Durham University, University of Manchester, University of Bristol, University of Southampton

Sport Science

  • ออสเตรเลีย: University of Queensland, University of Sydney, Deakin University, University of Melbourne, La Trobe University
  • อังกฤษ: University of Bath, Loughborough University, Durham University, King’s College London, University of Exeter

Medicine

  • ออสเตรเลีย: University of Melbourne, University of Sydney, Monash University, UNSW Sydney, Adelaide University
  • อังกฤษ: University of Leicester, University of Bristol, UCL, Cardiff University, University of Exeter

Law

  • ออสเตรเลีย: University of Melbourne, UNSW Sydney, University of Sydney, ANU, University of Queensland
  • อังกฤษ: Durham University, King’s College London, University of Bristol, University of Warwick, University of Nottingham

หากยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยไหนดี One Education สามารถช่วยวิเคราะห์โปรไฟล์ของคุณ เปรียบเทียบมหาวิทยาลัย หลักสูตร ค่าใช้จ่าย และโอกาสทางอาชีพ เพื่อช่วยให้คุณเลือกมหาวิทยาลัยที่เหมาะกับเป้าหมายและศักยภาพของคุณได้อย่างมั่นใจ

โดยทั่วไป การเลือกหลักสูตรที่เหมาะกับตัวเองสำคัญกว่าการเลือกมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว เพราะหลักสูตรจะส่งผลโดยตรงต่อความรู้ ทักษะ ประสบการณ์การเรียน และเส้นทางอาชีพในอนาคต

มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงอาจมีข้อได้เปรียบในด้านภาพลักษณ์ เครือข่ายศิษย์เก่า และโอกาสในการสร้างคอนเนกชัน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน หากหลักสูตรไม่ตรงกับความสนใจหรือเป้าหมายการทำงาน คุณอาจเรียนได้ไม่เต็มศักยภาพหรือไม่ได้รับทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการ

ในทางกลับกัน มหาวิทยาลัยที่อาจไม่ได้มีอันดับสูงมาก แต่มีความโดดเด่นในสาขาวิชาที่คุณสนใจ มีหลักสูตรที่ทันสมัย มีโอกาสฝึกงาน และมีความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม ก็อาจช่วยให้คุณมีความพร้อมในการทำงานมากกว่า

นอกจากชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยและคุณภาพของหลักสูตรแล้ว ควรพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น เนื้อหาที่เรียน ค่าเล่าเรียน ทุนการศึกษา เมืองที่ตั้ง สิ่งอำนวยความสะดวก บริการสนับสนุนนักศึกษาต่างชาติ และอัตราการมีงานทำของบัณฑิต เพื่อให้มั่นใจว่ามหาวิทยาลัยที่เลือกสามารถตอบโจทย์ทั้งด้านการเรียน การใช้ชีวิต และเป้าหมายในอนาคต

หากยังตัดสินใจไม่ได้ ทีมที่ปรึกษาของ One Education สามารถช่วยเปรียบเทียบหลักสูตรและมหาวิทยาลัยในแต่ละประเทศ พร้อมแนะนำตัวเลือกที่เหมาะกับความสนใจ งบประมาณ และเป้าหมายอาชีพของคุณ เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ

📲 ติดต่อ One Education: Add Line: @one-edu  |  โทรสอบถาม 02 652 0718

อันดับมหาวิทยาลัยเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์และช่วยให้เห็นภาพรวมของคุณภาพและชื่อเสียงของสถาบัน แต่ไม่ควรเป็นปัจจัยเดียวในการตัดสินใจเลือกเรียนต่อ เนื่องจากการจัดอันดับแต่ละสำนักใช้เกณฑ์ที่แตกต่างกัน เช่น คุณภาพงานวิจัย ชื่อเสียงทางวิชาการ คุณภาพการสอน ความเป็นนานาชาติ หรือความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม จึงทำให้ผลการจัดอันดับของแต่ละมหาวิทยาลัยอาจแตกต่างกันไป

นอกจากอันดับมหาวิทยาลัยแล้ว ควรพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น หลักสูตรที่ตอบโจทย์เป้าหมายของคุณ ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยในสาขาวิชาที่ต้องการเรียน โอกาสฝึกงานและการทำงานหลังสำเร็จการศึกษา ค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพ เมืองที่ตั้ง และการสนับสนุนนักศึกษาต่างชาติ

มหาวิทยาลัยที่ไม่ได้อยู่ในอันดับสูงสุดของโลกอาจมีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับอย่างมากในบางสาขาวิชา รวมถึงมีเครือข่ายกับบริษัทชั้นนำและมีอัตราการได้งานหลังเรียนจบที่ดี ดังนั้น หากมหาวิทยาลัยแห่งนั้นตอบโจทย์เป้าหมายการเรียนและอาชีพของคุณ ก็อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่าการเลือกจากอันดับเพียงอย่างเดียว

การเลือกมหาวิทยาลัยที่เหมาะกับตัวเองจึงควรพิจารณาทั้งอันดับมหาวิทยาลัย คุณภาพของหลักสูตร และเป้าหมายในอนาคตควบคู่กัน เพื่อให้การเรียนต่อเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและนำไปสู่โอกาสที่ดีที่สุดในสายอาชีพที่คุณต้องการ

🌐 สามารถดูอันดับการจัดอันดับของมหาวิทยาลัยได้ที่ QS World University Rankings by Subject, The Complete University Guide, The Guardian University Guide เป็นต้น

📝 บทความที่เกี่ยวข้อง: อันดับมหาวิทยาลัยสำคัญแค่ไหน? ก่อนตัดสินใจเรียนต่อต้องรู้อะไรบ้าง 

จำนวนมหาวิทยาลัยที่ควรสมัครไม่มีตัวเลขที่ตายตัว แต่โดยทั่วไปแนะนำให้สมัครประมาณ 3–5 แห่ง เพื่อเพิ่มโอกาสได้รับการตอบรับ และมีตัวเลือกสำหรับเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ

การเลือกมหาวิทยาลัยควรมีความหลากหลาย โดยอาจแบ่งเป็น
1. มหาวิทยาลัยที่เป็นตัวเลือกในฝัน (Dream Choice)
2. มหาวิทยาลัยที่มีโอกาสได้รับการตอบรับสูงตามคุณสมบัติของคุณ (Match Choice)
3. มหาวิทยาลัยที่มีเกณฑ์การรับสมัครสอดคล้องกับผลการเรียนและงบประมาณของคุณ (Safe Choice)

วิธีนี้จะช่วยลดความเสี่ยงหากไม่ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยที่แข่งขันสูง

อย่างไรก็ตาม การสมัครจำนวนมากไม่ได้หมายความว่าจะดีกว่าเสมอไป เพราะแต่ละมหาวิทยาลัยอาจมีค่าธรรมเนียมการสมัคร เอกสาร และเงื่อนไขที่แตกต่างกัน การเลือกสมัครเฉพาะมหาวิทยาลัยที่ตรงกับเป้าหมายด้านหลักสูตร งบประมาณ เมืองที่ต้องการ และแผนอาชีพในอนาคต จะช่วยให้การวางแผนมีประสิทธิภาพมากกว่า

หากคุณยังไม่แน่ใจว่าควรสมัครกี่แห่ง หรือควรเลือกมหาวิทยาลัยใด ทาง One Education ยินดีช่วยประเมินโปรไฟล์ของคุณ และแนะนำรายชื่อมหาวิทยาลัยที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับการตอบรับและเลือกมหาวิทยาลัยที่ตรงกับเป้าหมายมากที่สุด

📲 ติดต่อ One Education: Add Line: @one-edu  |  โทรสอบถาม 02 652 0718

หากยังไม่แน่ใจว่าอยากเรียนอะไร ไม่ต้องกังวล เพราะเป็นเรื่องปกติที่นักเรียนและผู้ที่วางแผนเรียนต่อต่างประเทศหลายคนต้องเผชิญ โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งจบมัธยมศึกษาหรือกำลังมองหาเส้นทางอาชีพใหม่ สิ่งสำคัญคือการใช้เวลาในการค้นหาความสนใจและเป้าหมายของตัวเองก่อนตัดสินใจเลือกหลักสูตร

เริ่มต้นจากการสำรวจว่าคุณชอบวิชาอะไร มีความถนัดด้านไหน หรืออยากทำงานในสายอาชีพใดในอนาคต จากนั้นจึงศึกษาว่ามีหลักสูตรใดบ้างที่สามารถพาคุณไปสู่เป้าหมายนั้น นอกจากนี้ คุณยังสามารถเข้าร่วมงานแนะแนวการศึกษาต่อ เพื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย รุ่นพี่หรือศิษย์เก่า หรือผู้เชี่ยวชาญด้านศึกษาต่อต่างประเทศของ One Education เพื่อให้เห็นภาพการเรียนและการทำงานจริงมากขึ้น

หากยังมีตัวเลือกหลายสาขา ลองเปรียบเทียบรายละเอียดของแต่ละหลักสูตร เช่น เนื้อหาที่เรียน ทักษะที่จะได้รับ โอกาสฝึกงาน โอกาสในการประกอบอาชีพ และแนวโน้มความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

หากยังไม่มั่นใจ การปรึกษา One Education ก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยได้ ที่ปรึกษาของ One Education จะช่วยวิเคราะห์ความสนใจ ผลการเรียน เป้าหมาย และงบประมาณของคุณ พร้อมแนะนำหลักสูตรและมหาวิทยาลัยที่เหมาะสม เพื่อให้คุณเลือกเส้นทางการเรียนต่อได้อย่างมั่นใจและตรงกับเป้าหมายในระยะยาว

📲 ติดต่อ One Education: Add Line: @one-edu  |  โทรสอบถาม 02 652 0718

สามารถทำได้ แต่เงื่อนไขจะแตกต่างกันไปตามมหาวิทยาลัย ประเทศ และช่วงเวลาที่ต้องการเปลี่ยน หากตัดสินใจเปลี่ยนสาขาในช่วงเริ่มต้นของการเรียน มหาวิทยาลัยบางแห่งอาจอนุญาตให้ย้ายไปเรียนสาขาอื่นได้ โดยเฉพาะสาขาที่อยู่ในคณะเดียวกันหรือมีรายวิชาพื้นฐานใกล้เคียงกัน แต่ถ้าเปลี่ยนไปเรียนสาขาที่แตกต่างจากเดิมมาก อาจต้องเรียนรายวิชาเพิ่มเติม ทำให้ระยะเวลาการศึกษายาวนานขึ้น หรืออาจต้องยื่นใบสมัครใหม่ตามข้อกำหนดของมหาวิทยาลัย

สำหรับนักเรียนต่างชาติ การเปลี่ยนสาขาอาจส่งผลต่อเงื่อนไขของวีซ่านักเรียนหรือแผนการเรียนในบางกรณี จึงควรปรึกษามหาวิทยาลัยและผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนต่อต่างประเทศก่อนดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่าการเปลี่ยนแปลงจะไม่กระทบต่อสถานะการศึกษา

หากคุณยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกสาขาใด การใช้เวลาเปรียบเทียบหลักสูตร สำรวจความสนใจของตัวเอง และปรึกษากับ One Education ก่อนสมัคร จะช่วยลดโอกาสในการเปลี่ยนสาขาภายหลัง และทำให้คุณเลือกหลักสูตรที่เหมาะกับเป้าหมายการเรียนและอาชีพในอนาคตได้มากขึ้น

ค่าใช้จ่ายและทุนการศึกษา

โดยเฉลี่ยแล้ว ค่าใช้จ่ายสำหรับการเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลียจะอยู่ที่ประมาณ

👉 1.5 – 2.4 ล้านบาทต่อปี (ขึ้นอยู่กับเมือง มหาวิทยาลัย และไลฟ์สไตล์ของนักเรียน)

ค่าใช้จ่ายหลักที่ต้องรู้

1. ค่าเรียน (Tuition Fees)

  • ปริญญาตรี: AUD 36,000 – AUD 50,000 ต่อปี
  • ปริญญาโท: AUD 35,000 – AUD 60,000 ต่อปี

(ขึ้นอยู่กับหลักสูตรและมหาวิทยาลัยที่เลือกเรียน ค่าเรียนมีการปรับราคาทุกปี)

2. ค่าครองชีพ (Living Costs)

  • AUD 30,000 – AUD 45,000 ต่อปี โดยประมาณ

ครอบคลุมค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายส่วนตัว (เมืองใหญ่ เช่น Sydney, Melbourne จะมีค่าครองชีพสูงกว่าเมืองอื่น)

3. ค่าประกันสุขภาพนักเรียน (OSHC)

  • AUD 600 – AUD 1,000 ต่อปี

4. ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ (ครั้งแรก)

  • ค่าวีซ่านักเรียน: AUD 2,500
  • ค่าตรวจสุขภาพ / ไบโอเมตริก
  • ค่าตั๋วเครื่องบิน

💡 สรุปงบประมาณรวม

  • เฉลี่ย: ~1,500,000 – 2,400,000 บาท/ปี

โดยรวมแล้ว นักเรียนไทยควรเตรียมงบประมาณประมาณ

👉 1 – 1.6 ล้านบาทต่อปี (ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัย เมือง และรูปแบบการใช้ชีวิต)

ค่าใช้จ่ายหลักที่ต้องรู้

1. ค่าเรียน (Tuition Fees)

  • £12,000 – £38,000 ต่อปี (บางหลักสูตรอาจสูงกว่านี้)

*ขึ้นอยู่กับหลักสูตรและมหาวิทยาลัยที่เลือกเรียน ค่าเรียนมีการปรับราคาทุกปี
** หลักสูตร ป.โท ในอังกฤษส่วนใหญ่ใช้เวลาแค่ 1 ปี

2. ค่าครองชีพ (Living Costs)

  • £1,529/เดือน (ลอนดอน)
  • £1,171/เดือน (นอกลอนดอน)

ครอบคลุม: ที่พัก อาหาร เดินทาง และค่าใช้จ่ายส่วนตัว

3. ค่าประกันสุขภาพ (IHS)

  • ประมาณ £776/ปี (ชำระตอนยื่นวีซ่า เพื่อใช้บริการ NHS)

4. ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ (ครั้งแรก)

  • ค่าวีซ่านักเรียน: £558
  • ค่าตรวจปอด (Tuberculosis Test Certificate)
  • ค่าตั๋วเครื่องบิน

💡 สรุปงบประมาณรวม

  • เฉลี่ย: ~1,000,000 – 1,600,000 บาท/ปี

มีทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนต่างชาติที่ต้องการเรียนต่อในต่างประเทศ โดยมหาวิทยาลัยใน ออสเตรเลียและอังกฤษ มีทุนหลายประเภทเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา เช่น ทุนส่วนลดค่าเรียน (Tuition Fee Scholarship) ทุนตามผลการเรียน และทุนสำหรับนักเรียนต่างชาติ โดยเงื่อนไขและจำนวนเงินทุนจะแตกต่างกันไปตามมหาวิทยาลัย หลักสูตร และคุณสมบัติของผู้สมัคร

🎓 ประเภททุนการศึกษาที่พบบ่อย

1. ทุนส่วนลดค่าเรียน (Tuition Fee Scholarship)

เป็นทุนที่พบได้บ่อยที่สุดสำหรับนักเรียนต่างชาติ โดยมหาวิทยาลัยจะลดค่าเรียนเป็นจำนวนเงินหรือเปอร์เซ็นต์ เช่น

  • ลดค่าเรียน 10% – 30%
  • ลดค่าเรียนเป็นจำนวนเงิน เช่น AUD 5,000 หรือ £3,000

2. ทุนจากมหาวิทยาลัย (University Scholarship)

มหาวิทยาลัยหลายแห่งในออสเตรเลียและอังกฤษมีทุนสำหรับนักเรียนต่างชาติที่สมัครเข้าเรียน โดยพิจารณาจาก:

  • ผลการเรียน (Academic Achievement)
  • ประวัติและผลงานของผู้สมัคร
  • Statement / Personal Statement
  • คุณสมบัติตามเงื่อนไขของแต่ละทุน

3. ทุนเต็มจำนวน (Full Scholarship)

ทุนที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายจำนวนมาก เช่น ค่าเรียน ค่าครองชีพ หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ แต่มีจำนวนจำกัดและการแข่งขันสูง โดยส่วนใหญ่มักมีเงื่อนไขการสมัครที่เข้มข้น

วีซ่านักเรียน

วีซ่านักเรียน (Student Visa) คือ วีซ่าที่อนุญาตให้นักเรียนต่างชาติเดินทางไปศึกษาในต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมสิทธิ์พำนักตลอดระยะเวลาของหลักสูตร และอาจสามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้ตามเงื่อนไขของแต่ละประเทศ

วีซ่านักเรียนเป็นเอกสารสำคัญที่นักเรียนทุกคนต้องมีก่อนเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย หรือ อังกฤษ โดยวีซ่านี้จะออกให้เมื่อผู้สมัครได้รับการตอบรับจากสถาบันการศึกษา (Offer Letter) และมีคุณสมบัติครบตามที่สถานทูตกำหนด

โดยทั่วไป วีซ่านักเรียนจะครอบคลุม:

  • ระยะเวลาการเรียนตามหลักสูตร
  • สิทธิ์ในการพำนักในประเทศนั้น ๆ
  • สิทธิ์ในการทำงานพาร์ทไทม์
  • เงื่อนไขการรักษาสถานะนักเรียน เช่น การเข้าเรียนอย่างสม่ำเสมอ

การเตรียมเอกสารให้ครบ เช่น หลักฐานการเงิน ผลภาษาอังกฤษ (IELTS) และเอกสารส่วนตัว จะช่วยเพิ่มโอกาสให้วีซ่าผ่านง่ายขึ้น และลดความล่าช้าในการพิจารณา

การขอวีซ่านักเรียนสำหรับออสเตรเลียและอังกฤษมีขั้นตอนคล้ายกัน โดยต้องสมัครเรียนก่อน และยื่นวีซ่าหลังจากได้รับเอกสารยืนยันจากมหาวิทยาลัย

🇦🇺 การขอวีซ่านักเรียนออสเตรเลีย (Student Visa – Subclass 500)

ขั้นตอนหลัก

  1. สมัครเรียนและได้รับ Offer Letter
  2. ชำระค่าเรียนและรับ CoE (Confirmation of Enrolment)
  3. เตรียมเอกสาร:
    • พาสปอร์ต
    • CoE
    • หลักฐานการเงิน
    • ผล IELTS/PTE
    • ประกันสุขภาพ OSHC
  4. สมัครวีซ่าออนไลน์ผ่าน ImmiAccount
  5. ตรวจสุขภาพ + เก็บ Biometrics (ถ้ามี)
  6. รอผลวีซ่า (ประมาณ 2–8 สัปดาห์)

🇬🇧 การขอวีซ่านักเรียนอังกฤษ (UK Student Visa)

ขั้นตอนหลัก

  1. สมัครเรียนและได้รับ Offer
  2. รับ CAS (Confirmation of Acceptance for Studies)
  3. เตรียมเอกสาร:
    • พาสปอร์ต
    • CAS
    • หลักฐานการเงิน
    • ผล IELTS/UKVI
  4. สมัครวีซ่าออนไลน์
  5. เก็บ Biometrics (VFS)
  6. รอผลวีซ่า (ประมาณ 3–6 สัปดาห์)

ชีวิตนักเรียนต่างประเทศ

นักเรียนสามารถเลือกที่พักได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับงบประมาณและไลฟ์สไตล์ โดยประเภทที่ได้รับความนิยม ได้แก่

  • หอพักของมหาวิทยาลัย (University Accommodation) สะดวก อยู่ใกล้มหาวิทยาลัย และเหมาะสำหรับนักเรียนใหม่
  • ที่พักนักเรียนเอกชน (Student Accommodation) มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ และได้พบเพื่อนจากหลายประเทศ
  • แชร์บ้านหรือแชร์อพาร์ตเมนต์ (Shared House/Apartment) ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและได้รับความนิยมในหมู่นักศึกษา
  • โฮมสเตย์ (Homestay) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฝึกภาษาอังกฤษและเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น

One Education สามารถแนะนำที่พักที่เหมาะกับงบประมาณและช่วยให้คำแนะนำในการจองก่อนเดินทาง

โดยรวมแล้ว ออสเตรเลียและสหราชอาณาจักรเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยสูงสำหรับนักเรียนต่างชาติ มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่มีระบบรักษาความปลอดภัย กล้องวงจรปิด และเจ้าหน้าที่ดูแลนักศึกษา รวมถึงมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม นักเรียนควรดูแลทรัพย์สินส่วนตัว หลีกเลี่ยงการเดินคนเดียวในพื้นที่เปลี่ยวช่วงดึก และปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยของมหาวิทยาลัยและหน่วยงานท้องถิ่น

แนะนำให้เปิดบัญชีธนาคารในประเทศที่ศึกษา เพื่อความสะดวกในการรับเงิน โอนเงิน ชำระค่าใช้จ่าย และรับค่าจ้างจากการทำงานพาร์ตไทม์ (หากมี)

การเปิดบัญชีโดยทั่วไปใช้เอกสาร เช่น

  • หนังสือเดินทาง (Passport)
  • วีซ่านักเรียน
  • หนังสือรับรองการเป็นนักศึกษา
  • หลักฐานที่อยู่ (ตามเงื่อนไขของธนาคาร)

ทีมงาน One Education สามารถแนะนำขั้นตอนและเอกสารที่ต้องใช้ก่อนเดินทาง

นักเรียนส่วนใหญ่นิยมซื้อ SIM Card หรือ eSIM ของผู้ให้บริการในประเทศปลายทาง เพราะมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าใช้โรมมิ่งจากประเทศไทย และสามารถเลือกแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ที่เหมาะกับการใช้งานได้ ควรตรวจสอบว่าโทรศัพท์มือถือของคุณรองรับการใช้งานกับเครือข่ายในประเทศปลายทางก่อนเดินทาง

ทั้งออสเตรเลียและอังกฤษมีระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวกและครอบคลุม เช่น รถไฟ รถไฟใต้ดิน รถราง และรถประจำทาง นักเรียนสามารถซื้อบัตรโดยสารสำหรับนักศึกษาในบางเมืองเพื่อรับส่วนลดค่าเดินทาง

หลายมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ใกล้ระบบขนส่งสาธารณะ ทำให้สามารถเดินทางระหว่างที่พักและมหาวิทยาลัยได้อย่างสะดวก

Student Support คือบริการช่วยเหลือนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยจัดไว้ เพื่อสนับสนุนทั้งด้านการเรียนและการใช้ชีวิตในต่างประเทศ โดยบริการอาจประกอบด้วย

  • การปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ (Orientation)
  • การให้คำปรึกษาด้านการเรียน
  • การสนับสนุนด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิต
  • บริการแนะแนวอาชีพและการหางาน
  • การช่วยเหลือนักศึกษาต่างชาติ
  • กิจกรรมชมรมและการปรับตัวเข้ากับสังคม

บริการเหล่านี้ส่วนใหญ่ ไม่มีค่าใช้จ่าย สำหรับนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียน

Culture Shock คือความรู้สึกไม่คุ้นเคยหรือการปรับตัวเมื่อย้ายไปใช้ชีวิตในประเทศที่มีภาษา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตแตกต่างจากที่เคย ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่นักเรียนต่างชาติหลายคนพบเจอในช่วงแรก

วิธีรับมือ ได้แก่

  • เปิดใจเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่
  • ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันอย่างสม่ำเสมอ
  • เข้าร่วมกิจกรรมของมหาวิทยาลัยเพื่อสร้างเพื่อนใหม่
  • ขอคำแนะนำจาก Student Support หรืออาจารย์เมื่อมีปัญหา
  • ติดต่อครอบครัวและเพื่อนเป็นระยะเพื่อช่วยลดความคิดถึงบ้าน

นักเรียนส่วนใหญ่สามารถปรับตัวได้ภายในไม่กี่เดือน และจะได้รับประสบการณ์ที่มีคุณค่า ทั้งด้านภาษา การใช้ชีวิต และการเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ ๆ

One Education พร้อมให้คำแนะนำก่อนเดินทางและระหว่างการเรียน เพื่อช่วยให้นักเรียนเตรียมตัวและปรับตัวกับการใช้ชีวิตในออสเตรเลียและอังกฤษได้อย่างมั่นใจ

One Education

One Education เป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยและสถาบันชั้นนำในออสเตรเลียและสหราชอาณาจักร พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลทุกขั้นตอนของการเรียนต่อต่างประเทศ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

เมื่อสมัครกับ One Education คุณจะได้รับ

  • คำปรึกษาฟรีจากผู้เชี่ยวชาญ ช่วยวางแผนการเรียนต่อให้เหมาะกับเป้าหมาย งบประมาณ และโปรไฟล์ของคุณ
  • แนะนำมหาวิทยาลัยและหลักสูตรที่เหมาะสม พร้อมเปรียบเทียบตัวเลือกเพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
  • ช่วยสมัครเรียนและแนะนำทุนการศึกษา เพื่อเพิ่มโอกาสได้รับทุนและลดค่าใช้จ่ายในการเรียน
  • ดูแลการยื่นวีซ่านักเรียน พร้อมตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด เพื่อให้การสมัครเป็นไปอย่างถูกต้อง
  • ให้คำแนะนำก่อนเดินทาง เช่น การหาที่พัก การเตรียมเอกสาร และการใช้ชีวิตในต่างประเทศ
  • มีทีมงานดูแลตลอดการเดินทาง พร้อมให้คำปรึกษาหากมีข้อสงสัยก่อนและระหว่างการเรียน

One Education มีประสบการณ์ในการส่งนักเรียนไทยไปศึกษาต่อในออสเตรเลียและอังกฤษมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่ง จึงสามารถให้ข้อมูลที่ถูกต้องและอัปเดตอยู่เสมอ

เริ่มต้นเรียนต่อต่างประเทศกับ One Education เพื่อรับคำปรึกษาฟรี วางแผนการเรียนอย่างมืออาชีพ และให้ทีมผู้เชี่ยวชาญดูแลคุณตั้งแต่วันแรกที่สมัคร จนถึงวันที่เดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศอย่างมั่นใจ

ฟรีจริง ไม่มีค่าบริการในการให้คำปรึกษา สมัครเรียน และดูแลขั้นตอนการเรียนต่อต่างประเทศ โดย One Education เป็น ตัวแทนอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาในออสเตรเลียและสหราชอาณาจักร จึงได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการศึกษาที่เป็นพันธมิตร ไม่ได้เรียกเก็บค่าบริการจากนักเรียนโดยตรง

บริการที่ไม่มีค่าใช้จ่าย ได้แก่

  • ให้คำปรึกษาและวางแผนเรียนต่อต่างประเทศ
  • แนะนำประเทศ มหาวิทยาลัย และหลักสูตรที่เหมาะกับเป้าหมายและงบประมาณ
  • ช่วยเตรียมเอกสารและสมัครเรียน
  • แนะนำและช่วยสมัครทุนการศึกษา (หากมี)
  • ให้คำแนะนำและช่วยเตรียมเอกสารขอวีซ่านักเรียน
  • ให้คำแนะนำเรื่องที่พัก การเดินทาง และการเตรียมตัวก่อนเดินทาง
  • ดูแลและให้คำปรึกษาระหว่างการศึกษาในต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม นักเรียนยังคงต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเรียนต่อ เช่น ค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียมวีซ่า ค่าตรวจสุขภาพ ค่าประกันสุขภาพ ค่าที่พัก และค่าตั๋วเครื่องบิน ซึ่งชำระให้กับหน่วยงานหรือสถาบันที่เกี่ยวข้องโดยตรง ไม่ใช่ชำระให้ One Education

One Education ให้คำปรึกษาและดูแลทุกขั้นตอนของการเรียนต่อออสเตรเลียและอังกฤษฟรี ตั้งแต่เริ่มวางแผน สมัครเรียน สมัครทุน ขอวีซ่า จนถึงการเตรียมตัวก่อนเดินทาง เพื่อให้คุณเริ่มต้นการเรียนต่อต่างประเทศได้อย่างมั่นใจ

One Education ให้บริการครบวงจรสำหรับการเรียนต่อออสเตรเลียและสหราชอาณาจักร ตั้งแต่เริ่มวางแผนจนเดินทางไปเรียน โดยทีมที่ปรึกษาพร้อมดูแลทุกขั้นตอน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

บริการของ One Education ได้แก่

  • ให้คำปรึกษาและวางแผนเรียนต่อ ตามเป้าหมาย งบประมาณ และคุณสมบัติของผู้สมัคร
  • แนะนำประเทศ เมือง มหาวิทยาลัย และหลักสูตร ที่เหมาะกับแต่ละคน
  • ช่วยสมัครเรียน และติดตามผลการสมัครกับมหาวิทยาลัย
  • แนะนำและช่วยสมัครทุนการศึกษา เพื่อเพิ่มโอกาสในการลดค่าใช้จ่าย
  • ให้คำแนะนำด้านวีซ่านักเรียน พร้อมตรวจสอบเอกสารและดูแลขั้นตอนการยื่นวีซ่า
  • แนะนำการเตรียมตัวก่อนเดินทาง เช่น ประกันสุขภาพ ที่พัก การเปิดบัญชีธนาคาร และการใช้ชีวิตในต่างประเทศ
  • ดูแลและให้คำปรึกษาหลังเดินทาง หากมีคำถามหรือปัญหาระหว่างการศึกษา

ไม่ว่าคุณจะต้องการเรียน คอร์สภาษาอังกฤษ, Foundation, Diploma, ปริญญาตรี, ปริญญาโท หรือปริญญาเอก ทีมงาน One Education พร้อมช่วยวางแผนเส้นทางการเรียนที่เหมาะกับคุณ

💚 One Education เป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาชั้นนำในออสเตรเลียและสหราชอาณาจักร พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลทุกขั้นตอนฟรี เพื่อให้การเรียนต่อต่างประเทศเป็นเรื่องง่ายและมั่นใจมากขึ้น

One Education ดูแลคุณ ตั้งแต่เริ่มวางแผนเรียนต่อจนถึงวันที่เดินทางไปเรียน และยังพร้อมให้คำแนะนำระหว่างที่ศึกษาอยู่ต่างประเทศ หากต้องการความช่วยเหลือหรือคำปรึกษา

การดูแลของ One Education ครอบคลุม

  • ก่อนสมัครเรียน – ให้คำปรึกษา เลือกประเทศ มหาวิทยาลัย และหลักสูตรที่เหมาะสม
  • ระหว่างการสมัคร – ช่วยเตรียมเอกสาร สมัครเรียน สมัครทุน และติดตามผลกับมหาวิทยาลัย
  • ก่อนเดินทาง – ดูแลการขอวีซ่านักเรียน แนะนำการตรวจสุขภาพ การทำประกันสุขภาพ การหาที่พัก และการเตรียมตัวก่อนเดินทาง
  • หลังเดินทางถึงต่างประเทศ – พร้อมให้คำแนะนำและช่วยประสานงานกับมหาวิทยาลัยในกรณีที่นักเรียนมีข้อสงสัยหรือพบปัญหาเกี่ยวกับการเรียนและการใช้ชีวิต

เป้าหมายของ One Education คือการเป็นที่ปรึกษาที่คุณไว้วางใจได้ตลอดเส้นทางการเรียนต่อต่างประเทศ ไม่ใช่เพียงช่วยสมัครเรียน แต่พร้อมให้คำแนะนำในทุกช่วงของการเดินทาง

One Education พร้อมดูแลคุณตั้งแต่วันแรกที่เริ่มวางแผนจนคุณเริ่มต้นชีวิตนักศึกษาต่างประเทศอย่างมั่นใจ และยังคงเป็นที่ปรึกษาเมื่อคุณต้องการความช่วยเหลือตลอดระยะเวลาการศึกษา

One Education มีสำนักงานในกรุงเทพฯ เพื่อให้บริการให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัว และ ยังสามารถนัดหมายออนไลน์ผ่าน Zoom หรือ LINE ได้สำหรับผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดหรือไม่สะดวกเดินทาง

ปัจจุบัน One Education มีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ โดยอยู่ที่ อาคารมณียาเซ็นเตอร์ (ตึกหน้า) ชั้น 4

🚆 เดินทางสะดวกด้วย BTS ชิดลม เชื่อมทางเข้าอาคารที่ทางออก 2
หรือ
🚘 เดินทางโดยรถยนต์ เข้าทางเดียวกันกับโรงแรมเรเนซองส์ โดยจอดฟรี 1 ชั่วโมง (ชั่วโมงถัดไป 30 บาท)

📍คลิกดูแผนที่

หากไม่สะดวกเดินทาง คุณสามารถรับคำปรึกษาได้ผ่าน LINE โทรศัพท์ หรือวิดีโอคอล โดยทีมที่ปรึกษาจะให้คำแนะนำเรื่องการเลือกมหาวิทยาลัย หลักสูตร ทุนการศึกษา และการขอวีซ่า โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

ONE EDUCATION

เราเป็นตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้งจากมหาวิทยาลัยในอังกฤษและประเทศออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ รวมถึงยังให้คำปรึกษาและบริการครบทุกขั้นตอนกับนักเรียนไทยและนักเรียนต่างชาติในประเทศไทย โดยไม่มีค่าบริการใด ๆ ทั้งสิ้น

30 years experience Established since 1991
ประสบการณ์เชี่ยวชาญมากกว่า 30 ปี

ด้านการเรียนต่ออังกฤษและออสเตรเลีย

3 offices in Thailand
เปิดบริการ 3 สาขา

ในกรุงเทพ ประเทศไทย

Group of Eight Representative
ตัวแทนมหาวิทยาลัย Group of Eight

กลุ่มมหาวิทยาลัยชั้นนำครบทั้ง 8 แห่งของออสเตรเลีย

Russell Group Representatives
ตัวแทนมหาวิทยาลัยชั้นนำในอังกฤษ

ตัวแทนมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง รวมถึงกลุ่ม Russell Group

Qualified Education Agent
ทีมงานที่ปรึกษาได้การรับรองคุณภาพ

ในการเป็นที่ปรึกษาด้านการศึกษาต่อที่อังกฤษและออสเตรเลีย

Support 3,000+ students
ดูแลนักเรียนมากกว่า 3,000 คน

ทั้งนักเรียนไทยและนักเรียนต่างชาติในไทยได้ไปเรียนต่อตามเป้าหมาย

One Education ให้บริการเรียนต่อต่างประเทศระดับมืออาชีพ โดยการร่วมมือระหว่าง Hamilton International ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาต่อสหราชอาณาจักร และ Insight Education Consulting ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาต่อที่ออสเตรเลีย เรารวมกันเป็น "หนึ่ง" เพื่อให้คุณได้รับบริการที่ดีกว่าและตอบโจทย์การเรียนต่อต่างประเทศที่ครบวงจร