ในแต่ละปี มีนักศึกษาไทยจำนวนไม่น้อยที่ตัดสินใจไปเรียนต่อต่างประเทศ ซึ่งหลายคนอาจจะมีทั้งความตื่นเต้นและความหวาดหวั่นในใจว่าบินไปเรียนต่อถึงต่างประเทศแล้วจะเจออะไรบ้าง แน่นอนว่าแต่ละคนย่อมมีเหตุผลในการไปเรียนต่อแตกต่างกัน แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่เราเห็นตรงกันก็คือ การไปเรียนต่อต่างประเทศถือเป็นโอกาสสำคัญของชีวิตที่ไม่ได้ได้มาง่าย ๆ บางคนถึงขั้นเปลี่ยนชีวิตได้ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่สูง หลาย ๆ คนที่ไปเรียนต่อถึงต้องมุ่งมั่นเอาใบปริญญากลับมาให้ได้เพื่อไม่ให้โอกาสตรงนี้เสียเปล่า ต้องไปมหาวิทยาลัย ต้องเข้าคลาสให้ตรงเวลา ต้องทำโปรเจกต์หนัก ๆ ต้องอยู่แต่ที่ห้องเพื่อเตรียมตัวอ่านหนังสือสอบ 

แต่เดี๋ยวก่อนนะ! วิธีนี้อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์การไปเรียนต่อถึงต่างประเทศสักเท่าไหร่  

เชื่อว่าหลายคนคงไม่อยากให้ประสบการณ์การเรียนต่อของตัวเอง หรือการข้ามน้ำข้ามทะเลไปอีกครึ่งซีกโลกถูกจำกัดอยู่แค่ในห้องเรียนและห้องสมุดเท่านั้นใช่มั้ยครับ 

ถ้าคิดแบบนี้แสดงว่ามาถูกทางแล้วครับ เพราะการไปเรียนต่อต่างประเทศถือเป็นโอกาสดีที่เราจะได้ศึกษาความแตกต่างระหว่างการใช้ชีวิตของผู้คนในแต่ละสถานที่ และบรรยากาศที่ไม่เหมือนในประเทศไทย รวมถึงได้ขยายมุมมองของตัวเองให้กว้างขึ้น ทั้งในด้านการพัฒนาความรู้ ทักษะ ความเชี่ยวชาญซึ่งเป็นที่ต้องการของผู้ว่าจ้างในอนาคต หรือสร้างคอนเนคชั่นและขยายเครือข่ายที่อาจจะกลายมาเป็นผู้ช่วยเหลือในการทำงานหรือสร้างธุรกิจของตัวเองได้ด้วย 

และทั้งหมดที่กล่าวมานี้ต้องอาศัยการเข้าสังคม ออกจาก Comfort Zone เพื่อพบเจอผู้คนใหม่ ๆ และทำกิจกรรมที่นอกเหนือจากการเรียนในห้องเรียน ถ้าเราใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่แต่ในห้อง ระวังจะพลาดโอกาสดี ๆ ในการเจอโอกาสพิเศษ ๆ แบบนี้นะครับ 🙂 

ทีนี้เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า หลายคนคงสงสัยใช่ไหมว่าแล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะสามารถทั้งเรียนทั้งเล่น หรือออกไปหาประสบการณ์ได้โดยไม่เสียการเรียน? อ่านต่อตรงนี้เลยครับ 

ดึงความมั่นใจ แล้วออกไปผจญภัยข้างนอกกัน! 

คงไม่อยากจินตนาการกันเลยใช่มั้ยครับว่าเมื่อไปถึงต่างประเทศแล้วเราจะถูกรายล้อมด้วยสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ ทุกอย่างต้องปรับตัวใหม่หมด แต่กลับไม่มีเพื่อนร่วมชะตากรรมเลยสักคนนี่มันจะยากลำบากขนาดไหน ผมมีทิปส์ง่าย ๆ มาฝากทุกคนครับ 

อย่าลืมว่านักศึกษาต่างชาติหลาย ๆ คนก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน 

ไม่ว่าแต่ละคนจะบินมาไกลแค่ไหนหรืออาจจะย้ายจากต่างเมืองมาเริ่มต้นใหม่ พอเริ่มต้นปีการศึกษาใหม่ เข้ามหาวิทยาลัยใหม่ ทุกอย่างก็ใหม่หมด เชื่อเถอะว่าทุกคนมีความรู้สึกประหม่าไม่ต่างกัน ดังนั้น เวลาเจอเพื่อนใหม่ ขอให้ยิ้มเข้าไว้แล้ว say ‘Hi’ เพื่อเป็นการทำลายกำแพงด่านแรกครับ 

ชมรมนักศึกษาคือสถานที่หาเพื่อนรู้ใจได้ไวที่สุด 

ถ้าเราไม่รู้จักเพื่อน ๆ คนไทยที่กำลังจะไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเดียวกันมาก่อนเลย การเข้าร่วมชมรมหรือสมาคมนักเรียนไทยคือคำตอบ หรือถ้าเราอยากมีเพื่อนต่างชาติ มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่มักจะมี International Students’ Society รองรับอยู่แล้ว การทำกิจกรรมภายในรั้วมหาวิทยาลัยมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเจอเพื่อนต่างชาติเช่นเดียวกันครับ หรือถ้าใครมีความสนใจด้านไหนเป็นพิเศษ มีงานอดิเรกที่ชอบ เราก็สามารถหาเพื่อนจากคลับหรือชมรมของมหาวิทยาลัย เช่น กีฬา เกม การแสดง กิจกรรมจิตอาสา ไปจนถึงชมรมผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่รวบรวมคนที่มีไอเดียทางธุรกิจและอยากปั้นธุรกิจเป็นของตัวเอง ซึ่งโดยปกติแล้ว ทุกมหาวิทยาลัยจะมีการจัด Societies’ Fair ในช่วงสัปดาห์แรก ๆ ของการเปิดภาคเรียน เราสามารถใช้เวลาช่วงนี้ในการค้นหาชมรมที่สนใจหรือเหมาะกับตัวเองได้อย่างอิสระเลยครับ 

นึกอะไรไม่ออก ลองเข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสา 

อีกหนึ่งกิจกรรมสร้างสรรค์ที่จะช่วยให้เราได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ก็คือการเข้าร่วมกิจกรรมอาสา ซึ่งไม่ว่า Students’ Union หรือ Careers Service ภายในมหาวิทยาลัย จะมีรายชื่อกิจกรรมที่นักศึกษาสามารถนำทักษะส่วนตัวมาใช้ช่วยเหลือคนอื่นได้ ไม่ว่าเป็นการสอนหนังสือเด็ก การช่วยเหลือคนไร้บ้าน คนพิการ หรือผู้ป่วย หรือการเข้าร่วมโปรเจกต์รักษ์โลกเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม 

นอกจากการใช้เวลาว่างของตัวเองให้เป็นประโยชน์แล้ว เรายังได้พัฒนาทักษะการอยู่ร่วมกับผู้อื่น สร้างความเห็นอกเห็นใจ และสร้างโปรไฟล์ที่น่าสนใจสำหรับการสมัครงานในอนาคตได้ด้วย แต่ต้องอย่าลืมดูประเภทวีซ่าของตัวเองให้ดีว่าเราสามารถเข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาประเภทไหนได้บ้างนะครับ ถ้าไม่ชัวร์เราสามารถขอคำปรึกษาจาก Student Support ของมหาวิทยาลัยนั้น ๆ ได้เลยครับ 

ถึงเวลา Get Balance! 

เมื่อทุกคนเริ่มภาคเรียนไปได้สักพัก เริ่มเข้าร่วมชมรม เริ่มมีกิจกรรมหลากหลายมากขึ้น บางครั้งเราอาจจะรู้สึกว่ามันมากเกินไป เริ่มจัดการเวลาไม่ได้ เริ่มกังวลว่าจะกระทบกับการเรียนหรือเปล่า งั้นเรามาเริ่มจัดความสมดุลระหว่างการเรียนและการใช้ชีวิตกันดีกว่าครับ 

คิดง่าย ๆ แบบนี้ครับว่าการเรียนในมหาวิทยาลัยก็เหมือนการทำงานเต็มเวลาที่ต้องใช้เวลาประมาณ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยจะแบ่งออกเป็นการเรียนในห้องเรียน ที่ปกติทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 12 – 25 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งบางรายวิชาอาจจะต้องมีการเตรียมตัวล่วงหน้า เช่น การอ่านเปเปอร์ก่อนเข้าคลาสเพื่อเตรียมคำถามสำหรับการอภิปราย การอ่านสไลด์เพื่อทำความเข้าใจกับบทเรียนไปก่อน หรือการเขียนเรียงความทางวิชาการ ซึ่งรวมกันอาจจะมากหรือน้อยกว่า 40 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับหลักสูตร ภาคการศึกษา หรือชั้นปี แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าเรามั่นใจว่าตัวเองเต็มที่กับ 40 ชั่วโมงนี้แล้ว ผมเชื่อว่าผลการเรียนที่ดีอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอนครับ และนั่นหมายความว่าเราสามารถใช้เวลาที่เหลือไปกับการพักผ่อน ออกไปท่องเที่ยว ทำกิจกรรมกับเพื่อน ๆ เข้าร่วมชมรม หรือหาโอกาสใหม่ ๆ ให้กับตัวเองได้อย่างไม่ต้องกังวลเลยครับ 

สรุปง่าย ๆ ว่าการไปเรียนต่อต่างประเทศไม่ว่าจะที่สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย หรือประเทศอื่น ๆ ถือเป็นการเรียนรู้ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียน เราสามารถหาโอกาสในการพัฒนาทักษะ ขยายคอนเนคชั่น หรือเรียนรู้วัฒนธรรมอื่น ๆ ได้จากสิ่งแวดล้อมรอบตัว เพียงแค่มีความมั่นใจ ออกไปพบปะผู้คน หรือลองทำอะไรใหม่ ๆ 

ยิ่งสำหรับคนที่กำลังจะต่อปริญญาโทและมีประสบการณ์ทำงานมาก่อน การไปเรียนต่อต่างประเทศก็เหมือนการเปลี่ยนจากการทำงานในออฟฟิศเป็นการทำงานในฐานะนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ต้องใช้เวลาส่วนหนึ่งของวันไปกับการเรียน การเตรียมความพร้อม การสอบ การทำโปรเจกต์ และใช้เวลาอีกส่วนหนึ่งกับการหาโอกาสใหม่ ๆ ให้กับตัวเอง เท่านี้ก็ไม่มีอะไรต้องกังวลแล้วครับ ขอให้ทุกคนโชคดีกับการเรียนต่อต่างประเทศนะครับ ✈️


📝 บทความเขียนโดยคุณ Jonathan Tinnacher ผู้เชี่ยวชาญด้าน Recruitment & Admissions ของมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรมามากกว่า 25 ปี ติดตามผลงานเขียนและพอดแคสต์ได้ที่ www.betterunichoices.com   

📝 บทความแปลโดยทีมงาน One Education 


สนใจเรียนต่อที่ Australia หรือ UK สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม รับคำแนะนำ และสมัครเรียนกับพี่ ๆ One Education ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาต่อออสเตรเลียสหราชอาณาจักรมา 30 ปี เรายินดีให้คำปรึกษาและบริการทุกขั้นตอน ฟรี!! 
Add Line: @one-edu 
คลิกกรอกแบบฟอร์ม เพื่อให้พี่ ๆ One Education ติดต่อกลับ 
โทรสอบถาม: 02-652-0718

One Education | Study Abroad. Simplified ให้ทุกเรื่องการเรียนต่อต่างประเทศของคุณเป็นเรื่องง่ายครบในที่เดียว

ตามทันทุกข้อมูลการเรียนต่อ UK & Australia

Facebook: One Education
Instagram: oneeducationthailand
Twitter: One Education
YouTube: One Education

ONE EDUCATION

เราเป็นตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้งจากมหาวิทยาลัยในอังกฤษและประเทศออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ รวมถึงยังให้คำปรึกษาและบริการครบทุกขั้นตอนกับนักเรียนไทยและนักเรียนต่างชาติในประเทศไทย โดยไม่มีค่าบริการใด ๆ ทั้งสิ้น

30 years experience Established since 1991
ประสบการณ์เชี่ยวชาญมากกว่า 30 ปี

ด้านการเรียนต่ออังกฤษและออสเตรเลีย

3 offices in Thailand
เปิดบริการ 3 สาขา

ในกรุงเทพ ประเทศไทย

Group of Eight Representative
ตัวแทนมหาวิทยาลัย Group of Eight

กลุ่มมหาวิทยาลัยชั้นนำครบทั้ง 8 แห่งของออสเตรเลีย

Russell Group Representatives
ตัวแทนมหาวิทยาลัยชั้นนำในอังกฤษ

ตัวแทนมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง รวมถึงกลุ่ม Russell Group

Qualified Education Agent
ทีมงานที่ปรึกษาได้การรับรองคุณภาพ

ในการเป็นที่ปรึกษาด้านการศึกษาต่อที่อังกฤษและออสเตรเลีย

Support 3,000+ students
ดูแลนักเรียนมากกว่า 3,000 คน

ทั้งนักเรียนไทยและนักเรียนต่างชาติในไทยได้ไปเรียนต่อตามเป้าหมาย

One Education ให้บริการเรียนต่อต่างประเทศระดับมืออาชีพ โดยการร่วมมือระหว่าง Hamilton International ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาต่อสหราชอาณาจักร และ Insight Education Consulting ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาต่อที่ออสเตรเลีย เรารวมกันเป็น "หนึ่ง" เพื่อให้คุณได้รับบริการที่ดีกว่าและตอบโจทย์การเรียนต่อต่างประเทศที่ครบวงจร